การออกกำลังกายนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องออกกำลังกายด้วยท่าบริหารร่างกายทั่วไป หรือจะต้องออกกำลังกายด้วยท่าต่างๆ ที่คุ้นเคยใน Fitness เพียงอย่างเดียว เพราะท่าต่อสู้ก็สามารถนำมาใช้เป็นท่าออกกำลังกายได้เช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่สนใจท่าออกกำลังกายแบบ Kickboxer แล้วล่ะก็ เราได้รวบรวม 9 ท่าที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและเสริมสร้างกล้ามเนื้อมาฝากกัน

ท่าออกกำลังกายสไตล์ Kickboxer

ท่า Jab+Cross

เริ่มกันที่ท่าแรก กับท่าออกหมัดที่ง่ายและใช้ความรวดเร็วเป็นหลัก สำหรับท่าแรกจะผสมผสานกันระหว่างท่าออกหมัด Jab และออกหมัด Cross ซึ่งมีวิธิทำดังนี้

  • ออกหมัดแย็บซ้ายและขวา จำนวน 1 ครั้ง (ซ้ายและขวานับเป็นหนึ่งครั้ง)
  • จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นการออกมาครอส ลักษณะเหวี่ยงหมัดเป็นวงกว้างกว่า และสุดแขนมากกว่า ซ้ายและขวานับเป็นหนึ่งครั้ง
  • ทำเช่นเดียวกันจนครบ 100 ครั้ง

ท่า Hook + Elbow Strike

ต่อกันที่ออกหมัดอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยการเหวี่ยงหมัดที่กว้างขึ้น และมาจากทางข้างลำตัวอย่างหมัดฮุค ตามด้วยท่าฟันศอกหน้า ซึ่งการทำเซ็ตท่านี้ คือ

  • ออกหมัดฮุคในลักษณะเหวี่ยงหมัดจากข้างลำตัวโดยไม่ต้องเหยียดแขนจนสุด ทำซ้ายและขวานับเป็นหนึ่งครั้ง
  • ออกฟันศอกหน้า โดยใช้การกำหมัดแล้วเหวี่ยงแขนลงให้มืออยู่ระดับหน้าอก ศอกจะพุ่งไปด้านหน้า ทำซ้ายและขวา นับเป็นหนึ่งครั้ง
  • ทำซ้ำจนครบ 40 ครั้ง

ท่า Knee Strikes

เปลี่ยนจากท่าออกหมัดมาเป็นท่าตีเข่ากันบ้าง สำหรับท่านี้มีวิธีการทำไม่ยาก แต่ต้องมีความแข็งแรงสัดหน่อยเพราะจะทำให้เมื่อยได้ ขั้นตอนคือ

  • ยืนตัวตรง ก้าวขาขวาไปด้านหน้า
  • ขาซ้ายก้าวมาข้างหน้าโดยให้ยกเข่าลักษณะแทงขึ้นด้านบน
  • ตีเข่าซ้ายและขวานับเป็นหนึ่งครั้ง

ท่า Turning Kicks

มาถึงท่าที่ต้องใช้ขากันบ้าง สำหรับท่าเตะซึ่งท่านี้จะเป็นการเตะแบบรวดเร็ว หรือท่าเปรียบเป็นหมัดก็คือการออกหมัดแย็ั่บนั่นเอง สำหรับวิธีทำก็ตามนี้เลย

  • ยืนตัวตรงจากนั้นให้ยกขาขวาหรือซ้ายขึ้นก่อนก็ได้ โดยการยกจะต้องง่อเข่าให้ชิดมาจากข้างลำตัว
  • เหยียดขาจนสุดแล้วงอเข่ากวาดไปทางด้านหลัง
  • พยายามทำอย่างรวดเร็ว สลับซ้ายและขวา จนครบ 40 ครั้ง

ท่า Hook Kicks

ท่าเตะที่คล้ายกับการออกหมัดฮุคเช่นเดียวกัน สำหรับท่านี้จะได้ทั้งกล้ามเนื้อส่วนขาและหน้าท้อง หากทำเป็นประจำ ซึ่งวิธีเตะแบบ Hook Kicks ก็คือ

  • ยืนตัวตรงตั้งการ์ด จากนั้นให้ยกขาขวาหรือซ้ายขึ้นก่อนก็ได้ ในลักษณะงอเข่าให้เท้าไปด้านหลัง
  • จากนั้นบิดตัวเล็กน้อยเพื่อเอียงให้ได้องศา แล้วเหยียดขาออกไปจนสุด
  • กวาดเท้าไปด้านหลังจนกลับสู่ท่ายืน
  • ทำสลับข้าง ซ้ายและขวาจนครบ 20 ครั้ง

ท่า Side Kicks

ท่าเตะทรงพลัง และเป็นหนึ่งในท่าที่สำคัญของการต่อสู้ ซึ่งท่านี้สามารถทำตามได้ไม่ยากแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นค่อนข้างมากทีเดียว ลองมาดูวิธีทำท่านี้กัน

  • ยืนตรงในท่าเตรียมต่อสู้ตั้งการ์ด
  • จากนั้นยกขาข้างขวาหรือซ้ายก่อนก็ได้ โดยเป็นการยกงอเข่าในลักษณะที่ขาอยู่ด้านหน้าลำตัว
  • บิดเท้าอีกข้างเพื่อเอียงตัวเล็กน้อย จากนั้นเหยียดเท้าข้างที่ยกขึ้นจนสุดปลายเท้า แล้วยกลง
  • ทำสลับข้างซ้ายและขวาจนครบ 40 ครั้ง

ท่า Sit-Up Punches

เปลี่ยนจากท่าต่อสู้ล้วนๆ มาเป็นท่าออกกำลังผสมกับการต่อสู้กันบ้าง สำหรับท่านี้จะเป็นท่าที่ผสมผสานกันระหว่างการซิตอัพแล้วชก โดยวิธีทำคือ

  • นอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้นประมาณ 45 องศา
  • ยกตัวขึ้นลักษณะแบบการซิตอัพ โดยเมื่อยกตัวขึ้นให้ยกแขนชกออกไปข้างใดข้างหนึ่งก่อนก็ได้แล้วนอนลง
  • ยกตัวแล้วสลับไปชกด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ทำซ้ายและขวานับเป็น 1 ครั้ง
  • ทำจนครบ 10 ครั้ง

ท่า Sitting Punches

ท่านี้เป็นท่าต่อเนื่องจากท่า Sit-Up Punches โดยจะเป็นอยู่ในท่านั่งชันเข่า เกร็งหน้าท้องและไม่ต้องนอนลงเหมือนกับการซิตอัพ ซึ่งวิธีทำก็ง่ายมากๆ คือ

  • นั่งในท่าชันเข่าคล้ายกับการซิตอัพ
  • จากนั้นให้ชกลมโดยการกำหมัดแล้วเหยียดแขนข้างใดข้างหนึ่งก่อนจนสุด
  • สลับไปทำอีกข้าง แล้วนับเป็น 1 ครั้ง
  • ทำจนครบ 10 ครั้ง

ท่า Wall Sit

ท่าสุดท้ายของเซ็ตการออกกำลังกายแบบ Kickboxer สำหรับท่านี้จะเป็นท่าปิดที่เหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่ายสักทีเดียว โดยการทำท่านี้มีขั้นตอนดังนี้

  • นอนราบแนบพื้น วางมือและแขนข้างลำตัวโดยให้ติดพื้นเอาไว้
  • ขาและปลายเท้าทั้งสองข้างแนบชิดกัน แล้วยกขึ้นประมาณ 45 องศา
  • ค่อยๆ ยกขาทั้งสอง (ห้ามแยกจากกัน) ไปทางซ้ายแล้วลดระดับให้ต่ำลงเกือบถึงพื้น จากนั้นให้สลับไปทางขวาแล้วนับเป็นหนึ่งครั้ง
  • ทำจนครบ 10 ครั้ง

ทั้ง 9 ท่านี้ก็เป็นท่าออกกำลังกายที่มีที่มาที่ไปจากการต่อสู้ผสมผสานให้เป็นท่าออกกำลังกาย ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการออกกำลังกายด้วยท่าเหล่านี้ก็คือ ท่าเตรียมพร้อมจะต้องตั้งการ์ดและยืนในลักษณะพร้อมต่อสู้ ซึ่งการทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงได้ดีทีเดียว

Source : darebee.com

TOP ARTICLES