อาการปวดท้องประจำเดือนรุนแรง หรือประจำเดือนผิดปกติมาแบบกระปริบกระปรอย เป็นอาการที่ผู้หญิงทุกคนมักต้องเผชิญ ผู้หญิงบางคนปวดท้องประจำเดือนจนนอนตัวงอเป็นกุ้ง ไม่สามารถลุกขึ้นมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

วันนี้ Wonderful.in.th มี 4 ข้อห้ามใกล้ตัว สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงเป็นประจำเดือนมาฝากสาวๆกัน

ปวดท้องประจำเดือนห้ามทำ

งดกินของทอด

งดกินของทอด

ช่วงมีประจำเดือนไขมันจะหลั่งมากกว่าปกติ ไขมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน การทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ติดมันหรือของทอด อาจทำให้อาการปวดท้องของคุณรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้

  • ผิวหนังจะรู้สึกมันและแพ้ง่าย
  • เกิดสิวง่าย
  • ร่างกายเผาผลาญช้ากว่าปกติ
  • อ้วนง่าย
งดกาแฟและเครื่องดื่มคาเฟอีน

งดกาแฟและเครื่องดื่มคาเฟอีน

คาเฟอีน ในชา กาแฟ รวมถึงน้ำอัดลม จะเข้าไปกระตุ้นอาการบีบรัดตัวของมดลูกให้มากขึ้น ทำให้รู้สึกเหนื่อย เมื่อยเนื้อตัว หงุดหงิดง่าย และปวดท้องมากยิ่งขึ้น

  • มีสารกระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้องมากขึ้น
  • ทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด โมโหง่าย
  • เกิดภาวะซึมเศร้าได้
งดดื่มน้ำมะพร้าว

งดดื่มน้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวออกฤทธิ์ คล้าย hormone estrogen ดังนั้น เมื่อเราได้รับ Hormone estrogen จากน้ำมะพร้าว จะส่งผลให้เรา มีอาการดังนี้

  • มดลูกบีบตัวมากขึ้น
  • มีการเพิ่มเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากขึ้น
  • มีอาการคัดตึงเต้านมมากขึ้น
  • อาจส่งผลให้กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนเป็นมากขึ้น
งดย้อมผม

งดย้อมผม

ร่างกายอยู่ในช่วงอ่อนแอ อาจเกิดอาการแพ้ได้ง่าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายและผิวหนังแต่ละคน*

“รู้ข้อห้ามกันไปแล้ว แล้วอะไรกันละที่ควรปฎิบัติในช่วงเป็นประจำเดือน”

ทริคแก้ปวดท้องประจำเดือน

อาหารแก้ปวดท้องประจำเดือนที่แนะนำ

  • ผักผลไม้ หรืออาหารที่มีเส้นใยสูง แคลอรี่ต่ำจะช่วยลดปริมาณฮอร์โมน เอสโตรเจน ซึ่งช่วยลดอาการฮอร์โมนแปรปรวนในช่วงปลายของรอบวงจรประจำเดือนลง ลดการปวดท้องและปวดหลังในช่วงเป็นประจำเดือนได้ดีขึ้น
  • อาหารที่มีแมงกานีสสูง เช่น ไข่ แอปเปิ้ล องุ่น แครอท และธัญพืชต่างๆ เช่น อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ลดอาการหงุดหงิด
  • โปรตีนที่ย่อยง่าย โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก เช่นปลาทูน่า และ ปลาแซลมอน เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่า ย่อยง่าย ช่วยลดปัญหาอาการท้องอืดเฟ้อ

มีทั้งข้อห้ามและอาหารที่แนะนำสำหรับสาวๆที่เป็นประจำเดือน แต่หากมีอาการปวดมากเกินไปหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์หรือหมั่นตรวจสุขภาพประจำทุกปี เพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

TOP ARTICLES