Beautiful woman cleaning face with cotton pad isolated on a white background

หลายคนเข้าใจว่าการเป็นเจ้าของผิวหน้าที่สวยใส ไร้ริ้วรอยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องพยายามและทำได้ยาก หากไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอ ขอบอกว่านี่เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะผิวหน้าเนียนใสนั้นเกิดจากการดูแลอย่างต่อเนื่องและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายผิวต่างหาก ที่สำคัญบางคนละเลยผิวหน้ามาตลอดก็เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองคงไม่มีวันหน้าใสเหมือนเพื่อน ๆ ได้  ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นคนที่ทำร้ายและไม่ยอมดูแลผิวให้ถูกวิธีต่างหาก 

วันนี้ค่ะ เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งกับการดูแลผิวหน้าให้สวยใส ด้วยวิธีพื้นฐานแบบง่าย ๆ ขอเพียงคุณตั้งใจจริงเท่านั้นเอง  มาเริ่มกันเลยนะคะ

เลิกเอามือจับ แกะสิว สัมผัสผิวหน้า  

บางคนทำเป็นนิสัยค่ะ มือว่าง ๆ ก็ลูบหน้าจับจมูก บางคนหยิบกระจกมาบีบสิวก็มี  มือของคนเราสัมผัสกับสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นมามากมายทั้งวัน แล้วคุณยังจะเอามาสัมผัสใบหน้าอีกเหรอคะ?  เลิกนะคะ แล้วสิวคุณจะหายไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียว

  • ก่อนที่คุณจะสัมผัสกับผิวหน้าทุกครั้ง ต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดด้วย
  • ทำความสะอาดทุกสิ่งที่จะนำมาสัมผัสกับหน้า ไม่ว่าจะเป็นแปรงแต่งหน้า โทรศัทพ์มือถือ หูโทรศัพท์ตั้งโต๊ะ ต้องเช็ดให้เกลี้ยง ฯลฯ
  • หมั่นซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัวอย่างเป็นประจำด้วยนะคะ
  • ก่อนนอนต้องล้างหน้าให้สะอาดทุกวันด้วยค่ะ
หลีกเลี่ยงแสงแดด 

เพราะรังสียูวีในแสงแดดนั้น ไม่ได้เพียงแต่ทำให้ผิวไหม้ แต่ยังทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยต่าง ๆ  ทำให้แก่ก่อนวัย  รวมไปถึงโรคมะเร็งผิวหนัง

  • ทาครีมกันแดดทุกวันแม้ว่าคุณจะไม่ได้ออกแดด หรือไม่ได้ออกจากบ้านก็ตาม  เพราะเดี๋ยวตามเครื่องใช้ไฟฟ้า หน้าจอคอมพิวเตอร์ แทปเล็ตต่าง ๆ  ก็เป็นต้นกำเนิดรังสียูวีด้วย  ควรระมัดระวังไว้เสมอ  โดยเลือกใช้ส่วนผสมที่มีสารกันแดด SPF30 ขึ้นไป แต่หากเป็นการออกแดดจัด อย่างชายทะเล ไปว่ายน้ำ หรือออกเล่นกีฬากลางแจ้ง ก็ควรเลือกที่ระดับ SPF60 และหมั่นทาซ้ำบ่อย ๆ ด้วย
  • เวลาออกไปข้างนอก ก็ควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 4 ชั่วโมงเพื่อการป้องกันแสงแดดอย่างสูงสุด
  • สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวได้มิดชิด  สวมหมวกปีกกว้าง แว่นกันแดดอันใหญ่ รวมทั้งอยู่ใต้ร่มให้มากที่สุดด้วย
  • ยิ่งเริ่มต้นใช้ครีมกันแดดเร็วเท่า ผิวคุณก็จะยิ่งแก่ช้าลงเท่านั้น และมันจะกลายเป็นกิจวัตรประจำตัวไปเลย
ขัดสครับผิวเพื่อความกระจ่างใส  

ผิวของเรานั้นจะมีระยะการผลัดเซลล์ทุก ๆ 2 สัปดาห์และยิ่งอายุมากขึ้น วงรอบนี้ก็จะยิ่งช้าลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผิวดูแก่ หน้าหมองและไม่นุ่มนวล  ทางช่วยก็คือการสครับผิวนั่นเองค่ะ ที่จะช่วยให้ผิวชั้นนอกได้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์กว่าด้านใน  ทั้งยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย

  • สครับขัดผิวนั้นแบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกันคือ สครับแบบมีอนุภาคที่ช่วยขัดผิว อาจมีส่วนผสมของเม็ดบีดส์ชนิดต่าง ๆ ที่เมื่อนวดขัดลงไปบนผิวแล้วจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังชั้นบนให้หลุดลอกออกได้  กับอีกชนิดคือสครับที่เป็นสารเคมี  ซึ่งมีส่วนผสมของกรดไกล โคลิค แลคติก ซาลิไซลิก  ซึ่งจะช่วยให้ผิวหน้าผลัดเซลล์ผิวได้เร็ว  แต่อาจไม่ค่อยเหมาะนักกับผิวที่มีความระคายเคืองได้ง่าย
  • ระยะที่เหมาะสมสำหรับการสครับผิวนั้น อยู่ที่ 1-3 ครั้งต่อาอาทิตย์ค่ะ และควรอ่านคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ก่อนใช้ทุกครั้งด้วย
บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเสมอตลอดทั้งวัน

เพราะผิวหน้าที่มีน้ำหล่อเลี้ยงชุ่มชื้นจะอยู่กระจ่างในและอ่อนเยาว์  เป้นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผิวทั่วทั้งเรือนร่างค่ะ

  • สำหรับเวลากลางวันควรเลือกครีมที่มีเนื้อบางเบาเหมาะกับผิวหน้า และให้ความชุ่มชื้นได้ยาวนาน ยิ่งมีส่วนผสมของสารกันแดดด้วยก็จะยิ่งดี  ส่วนกลางคืน ควรเลือกครีมทาหน้าที่มีเนื้อเข้มข้นขึ้นเพราะคืนความอ่อนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิวและบำรุงตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า
  • การเลือกครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว ควรเลือกชนิดที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ หรือการทดสอบจากแพทย์แล้ว และสามารถรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้มากกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป
รักษาอารมณ์ให้สดใสและหมั่นยิ้มบ่อย ๆ

รอยยิ้มเป็นยิ่งกว่าครีมบำรุงผิวหรือเซรั่มชั้นเลิศชิ้นไหน ๆ ในโลกเลยค่ะ  คิดดูสิคะว่าถ้าหากเราผิวหน้าใสกิ๊งแต่บึ้งตึงและอารมณ์ขุ่นมัวทั้งวัน ใครหน้าไหนก็ไม่อยากเข้าใกล้หรอกจริงไหม  ดังนั้นการรักษาอารมณ์ให้สดใสและยิ้มบ่อย ๆ จะเป็นเครื่องช่วยให้คุณหน้าใสและหน้าเข้าใกล้ขึ้นมาได้อีกมาก  แล้วยังทำให้ดูเด็กลงได้อีกด้วยค่ะ  วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยังคะ?

TOP ARTICLES