%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87-recovered-14ลองมองดูสิคะ คนที่ผอม ๆ ทั้งหลายนั้น แม้จะผอมดีแต่ก็ยังมีพุงยื่นล้ำหน้าออกมาอยู่ดี หลายคนคิดว่าคงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ความจริงแล้วไขมันที่สะสมในช่องท้องนี้เรียกว่า Visceral Fat ซึ่งเป็นเซลล์ไขมันที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสามารถของการมีไขมันสะสมที่พุงนี้เกิดจากได้สาเหตุสองประการก็คือ อาหารบางชนิด และการขนาดการออกกำลังกาย อาหารเหล่านั้นได้แก่

น้ำเชื่อมฟรุคโตนส High-Fructose Corn Syrup

เป็นสารให้ความหวานที่ผลิตจากแป้งข้าวโพด ใช้กันมากในอุตสาหกรรมอาหาร เพราะมีราคาถูก พบได้มากในน้ำหวาน น้ำอัดลม ชาเขียวหวาน ๆ เครื่องดื่มมีรสหวานทั้งหลายแหละ เหล้าผสม เบเกอรี่ เค้ก มัฟฟิ่น ซีเรียล ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรสหวานและขนมถุงทั้งหลายด้วย

ไขมันทรานส์

ใช้กันมากในอุตสาหกรรมอาหารเช่นกัน ผู้ที่ทานเป็นประจำจะมีไขมันสะสมรอบพุงมากขึ้น แม้ว่าปริมาณแคลอรี่โดยรวมจะไม่สูงก็ตาม พบมากในเนยเทียม มาร์การีน ชอร์ตเทนนิ่ง เค้ก คุ้กกี้ แครกเกอร์บางชนิด ขนมปังบางประเภท ของทอดน้ำมันลึก อาหารฟาสต์ฟู้ด มันฝรั่งทอด อาหารแช่แข็งทั้งหลาย

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลาย

ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ วิสกี้ ว้อดก้า ไวน์ ค็อกเทล ฯลฯ ทำให้ไขมันสะสมในช่องท้องได้มากกว่าปกติ

และในทางกลับกัน ในเมื่อมีอาหารที่เพิ่มรอบพุงได้ ก็มีอาหารที่ลดรอบพุงได้เช่นกัน ซึ่งอาหารดังกล่าวก็คืออาหารในกลุ่มเส้นใยอาหารที่ละลายน้ำได้นั่นเอง พบได้มากใน ข้าวโอ๊ต ถั่วชนิดต่าง ๆ แครอท แตงกวา ต้นหอม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอปเปิ้ล ส้น ฯลฯ ซึ่งหากทานได้วันละ 10 กรัมแล้ว (แอปเปิ้ลสองผล) ก็จะทำให้ไขมันรอบพุงเริ่มลดลงได้

นอกจากการทานอาหารที่ไม่ก่อให้เกิดการสะสมไขมันรอบพุงแล้ว อีกอย่างที่ควรทำก็คือควรหันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะแม้ว่าคุณผอมอยู่แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะผอมลงไปอีก เพราะการออกกำลังกายจะทำให้มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น รูปร่างสมส่วนมากกว่าเดิม และลดไขมันหน้าท้องลงไปได้ในที่สุดด้วยค่ะ

 

TOP ARTICLES