การลดความอ้วนไม่มีทางลัด ไม่มีวิธีที่ดีที่สุด

มีแต่วิธีที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดที่ทำแล้วไม่เครียด

โบคนเคยอ้วน กับเป้าหมายเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันวันรับปริญญา สู้กับน้ำหนัก 108 กิโล หาวิธีการลดน้ำหนักที่เหมาะกับตัวเอง

เป้าหมายการลดความอ้วนคือน้ำหนักลงแล้ว สิ่งที่สำคัญต้องลดอย่างมีความสุขด้วย

เมื่อก่อนรูปร่างเป็นอย่างไร

เป็นคนที่อ้วนมาตั้งแต่เด็ก น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นตามอายุ สำหรับน้ำหนักสูงสุดขึ้นไปสูงสุด 108 กิโลกรัม ตอนนี้มีน้ำหนักอยู่ 62 กิโลกรัม ใช้เวลาในการลดเริ่มต้นมาประมาณ 5 ปี แต่ระยะเวลาลดที่ไม่ต่อเนื่องกัน

ทำไมถึงตัดสินใจลดน้ำหนัก

ตอนที่น้ำหนัก 108 กิโลกรัม อยู่ในช่วงอายุประมาณ 30 ปีเป็นนักเรียนทุนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย และเป็นช่วงปีสุดท้ายที่กำลังจะเรียนจบและรับปริญญา เลยอยากจะผอมในวันรับปริญญา อยากมีความสุขในวันนั้นให้มากที่สุด จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ

น้ำหนักเยอะมีปัญหาสุขภาพไหม

ปัญหาสุขภาพมีแน่นอน อย่างตอนเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียมันต้องใช้การเดินไปไหนมาไหนเป็นหลัก เรารู้สึกว่าเราเดินแค่นิดเดียวเราก็เริ่มหอบ และประจำเดือนไม่มาเลย ไม่มาค่อนข้างหลายปี แต่ตอนนั้นคือไม่ได้คิดอะไรค่ะ เราก็โอเคไม่ต้องมาปวดท้องไม่ต้องใส่ผ้าอนามัย แต่มาเข้าใจทีหลังว่าอาการที่เราเป็นมันบ่งบอกถึงสุขภาพที่ไม่ดีของเรา

เริ่มต้นลดน้ำหนักอย่างไร

เริ่มต้นจากการปรับอาหาร ในช่วง 1 เดือนแรกเราปรับอาหารการกินของเราจากน้ำหนัก 108 กิโลกรัม น้ำหนักก็ลดเลยเหลือ 100 กิโลกรัม หายไป 8 กิโลกรัม และเราก็ลดมาเรื่อยๆ แบบไม่ได้ฝืนหรือทรมานตัวเอง

  • ทานข้าวเย็นก่อน 4 โมงเย็น
  • เริ่มอ่านฉลากของเครื่องปรุง วัตถุดิบต่างๆ
  • เริ่มออกกำลังกาย ด้วยวิธีการเดิน
  • เข้ายิมเช้า-เย็น เน้นคาร์ดิโอเป็นหลัก

ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน น้ำหนักลดไป 12 กิโลกรัม พอช่วงรับปริญญาน้ำหนักอยู่ที่ 90 กิโลกรัม คือมันก็ยังเยอะอยู่ แต่ก็ถือว่าลดลงมาจากเดิม หลังจากนั้นเราก็เริ่มทำงานน้ำหนักก็ไม่ได้จริงจังกับการควบคุมน้ำหนักมาก ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ 86 กิโลกรัมและน้ำหนักก็เริ่มนิ่ง ไม่ลดลงอีกเลย

น้ำหนักนิ่งทำยังไง

เราก็ไปศึกษาเรื่องการกินคีโต และเริ่มต้นทำคีโตอย่างจริงจัง ตอนนั้นจาก 86 กิโลกรัม น้ำหนักก็เลยลดลงมาเหลือ 62 กิโลกรัม ใช้เวลากินจริงจัง 6 เดือน

เทคนิคการออกกำลังกาย

ช่วงที่อยู่ต่างประเทศเราจะเน้นการเดินรอบทะเลสาบ แต่เมืองที่อยู่มันเป็นเมืองหนาว เราก็จะเดินได้เฉพาะในช่วงที่ไม่หนาว ในช่วงนั้นก็คืออากาศเปลี่ยนก็จะเน้นเป็นการเล่นยิม

  • เช้า-เย็น เข้ายิม 30 นาที
  • อาทิตย์ละ 4 วัน/สัปดาห์

ฝากถึงคนที่กำลังลดน้ำหนัก

เลิกกะเกณฑ์กับน้ำหนักตัวเองว่าจะต้องลดเท่าไรในเวลากี่เดือนกี่วัน ต้องให้เวลากับมันกว่าจะอ้วนมาขนาดนี้ใช้เวลาหลายปี จะผอม 5 วัน 7 วันเป็นไปไม่ได้ ทริคง่ายๆอีกข้อคือ เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะร่างกายของคนเราไม่เหมือนกัน ยิ่งนอยจะยิ่งท้อ และยิ่งถอดใจและแพ้ไป และสิ่งสำคัญที่สุดการลดความอ้วนไม่มีทางลัด ไม่มีวิธีที่ดีที่สุด มีแต่วิธีที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดที่ทำแล้วไม่เครียด ไม่กดดันมากเกินไป

 

 

 

TOP ARTICLES