ใกล้ถึงวันลอยกระทงกันแล้ว มาให้ความรู้เรื่อง “โคมลอย” กันดีกว่า ว่าปล่อยโคมลอยอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งตัวเองและผู้อื่น และจะลอยโคมอย่างไรให้ปลอดภัย

หลังจากเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาไม่น้อย กับกรณีของ “โคมลอย” ที่นิยมปล่อยตามเทศกาลสำคัญของไทย เนื่องจากก่อนให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อยๆ หนักสุดก็ถึงกับเผาบ้านคนอื่นวอดวาย หรือบางทีก็ติดไปกับเสาไฟฟ้าทำเอาไฟดับไปทั้งหมู่บ้าน เป็นต้น

komloi

การปล่อยโคมลอย ไม่ถือเป็นเรื่องห้าม เพราะกลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปเสียแล้ว และยังมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อีกเสียด้วย วันนี้เราจะขอนำข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับวิธีการลอยโคมลอยอย่างปลอดภัยให้ได้อ่านกัน

ลักษณะของโคมลอยตามมาตรฐาน

1. โคมลอยที่ปล่อยต้องมีปริมาตรไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร และทำจากวัสดุธรรมชาติ

2. โคมลอย ส่วนที่เป็นตัวโคม ต้องทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระดาษ ส่วนตัวโครงของโคมทำจากไม้ไผ่ และต้องไม่ติดอุปกรณ์หรือวัสดุตกแต่งใด ๆ ที่มีคุณสมบัติติดไฟหรือเกิดประกายไฟลุกไหม้ได้ง่ายไว้กับโคมลอย

3. ส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงทำจากกระดาษชุบเทียน ขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน ซึ่งใช้สำหรับจุดไฟให้อากาศร้อนบรรจุในตัวโคม เพื่อให้โคมยกตัวลอยตัวสู่อากาศเองได้

4. การยึดติดเชื้อเพลิงกับตัวโคม ให้ยึดติดด้วยเชือกทนไฟ เชือก หรือลวดอ่อน เบอร์ 24 เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 มิลลิเมตร จำนวน 2 เส้น แต่ละเส้นความยาวไม่เกิน 30 เซนติเมตร

5. โคมลอยขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต้องไม่เกิน 90 เซนติเมตร ความสูงต้องไม่เกิน 140 เซนติเมตร น้ำหนักเชื้อเพลิงไม่เกิน 55 กรัม ระยะเวลาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงไม่เกิน 8 นาที สำหรับโคมลอยที่มีขนาดลดลงให้เป็นไปตามส่วนของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ความสูง น้ำหนักเชื้อเพลิง และระยะเวลาการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง

การปล่อยโคมลอยอย่างปลอดภัย

ควรปล่อยโคมลอยในสถานที่โล่งไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และปล่อยในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมทั้งให้สังเกตว่าที่นั้น ๆ ไม่มีสายไฟฟ้าอยู่ในบริเวณใกล้เคียง หรือหากมีต้องแน่ใจว่าเมื่อปล่อยโคมลอยแล้วจะไม่ลอยไปแตะถูกสายไฟฟ้าได้

ควรหลีกเลี่ยงการใช้โคมลอยที่มีโครงเป็นโลหะ และหากพบเห็นโคมลอย ลอยไปแตะหรือเกี่ยวพันกับสายหรือเสาไฟฟ้า ต้องรีบแจ้งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใกล้บ้านทราบโดยด่วน

TOP ARTICLES