การเดินเป็นการออกกำลังกายที่นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังประหยัดที่สุดด้วยนะคะ จะเดินที่ไหนเมื่อไรก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องง้อใคร ไปคนเดียวก็ยังเพลิน.. ว่าแต่ว่าการเดินเพื่อการลดน้ำหนักนั้นมีเรื่องจำเป็นต้องรู้อยู่บ้างเหมือนกันค่ะ เรามาดูความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการเดินเพื่อลดน้ำหนักนี้กันนะคะ

การเดินเพื่อลดน้ำหนัก
การเดินเพื่อลดน้ำหนัก

– การเดินเพื่อออกกำลังกายหรือลดน้ำหนัก ควรเดินเวลาไหนดี?
สำหรับเวลาในการเดิน สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ได้ตามสะดวกค่ะ แต่ควรเลือกเดินในที่ที่ไม่ร้อนหรือเป็นหลุมเป็นบ่อมากเกินไปนัก หากได้เดินในสวนที่มีความร่มรื่นก็จะได้สูดออกซิเจนให้ปอดสะอาดไปด้วยในตัวค่ะ

– จะกินก่อนเดิน หรือเดินแล้วค่อยมากินดี?
จริง ๆ แล้วจะกินก่อนหรือหลังก็ได้ทั้งนั้น แต่ให้ดีก็คือควรกินหลังการออกกำลังกาย เพื่อให้การเผาผลาญไขมันได้เต็มที่ การกินทีหลังจะทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันที่สะสมไว้ในร่างกายมาใช้ก่อนในขณะที่กำลังเดินหากรู้สึกวิงเวียนหน้ามืดหรือรู้สึกหิวจริง ๆ ก่อนเดินทานกล้วยซัก 1-2 ผลหรือน้ำผลไม้นิดหน่อย แค่พอสบายท้อง แล้วค่อยมาทานหลังจากการเดินดีกว่า อนึ่ง ก่อนออกเดินควรดื่มน้ำด้วยนะจ๊ะ อีกทั้งหลังการเดินควรทานอาหารจำนวนโปรตีนเข้าไปเพื่อทดแทนมวลกล้ามเนื้อที่สูญเสียระหว่างออกกำลังกายด้วย

– หากเดินในระยะ 2 กิโลเมตรจะเผาผลาญได้กี่แคลอรี่?
คำนวณจากผู้ที่มีน้ำหนักตัวประมาณ 68 กิโลกรัม การเดินสองกิโลเมตรจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ประมาณหนึ่งร้อยกิโลแคลอรี่ค่ะ

– รองเท้าสำหรับเดินควรเปลี่ยนเมื่อไรดี
ควรเปลี่ยนที่ระยะ 6 เดือนหรือที่ระยะทางประมาณ 900 กิโลเมตร แม้ว่าสภาพภายนอกของมันจะยังคงดูดีก็ตาม เพราะที่ระยะดังกล่าวรองเท้าจะเสื่อมสภาพไปแล้ว

– เดิน ๆ อยู่แล้วปวดหน้าแข้ง
เป็นเพราะคุณเริ่มเดินมากเกินไป หรือฝืนมากเกินไปจนร่างกายรับไม่ทัน ควรอุ่นเครื่องร่างกายก่อนที่จะเดิน ไม่ควรเดินเร็วเกินไป หรือระยะทางมากเกินไป ที่สำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นเดิน ควรเริ่มต้นจากช้า ๆ และระยะสั้นก่อนจะดีกว่าค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการเดินนี้ หากวันนี้อากาศดี ๆ ลองหยิบรองเท้าคู่เก่งออกมาเดินลดน้ำหนักด้วยกันนะคะ

TOP ARTICLES