คนไทยเราเองก็ทานปลามานานมาก เพราะเป็นอาหารในท้องถิ่นที่หาทานได้ง่าย โดยมากจะปรุงด้วยการต้ม หรือการนึ่ง หรือปิ้งย่าง ส่วนการทอดนั้นมาเกิดเอาในยุคหลังนั้นเอง เนื้อปลาเป็นอาหารที่มีประโยชน์และไขมันต่ำอีกด้วย แต่หากนำปลามาทานด้วยการปรุงที่แตกต่างกัน คุณประโยชน์ที่ได้ก็มีความแตกต่างกันไปด้วย   ซึ่งได้มีผลการศึกษาในหญิงชาวอเมริกันอายุตั้งแต่ 50-79 ปี ถึงกว่า 84,00 คนว่า หากติดตามโดยเฉลี่ย 10 ปี ผู้ที่กินปลาอบ ปลาต้มเป็นอาหารหลัก หรือประมาณ 5 มื้อต่อสัปดาห์จะลดโอกาสการเป็นหัวใจล้มเหลวได้ถึงร้อยะล 30 เมื่อเทียบกับผู้ที่กินน้อยกว่า 1 มื้อต่อเดือน ส่วนผู้ที่ทานปลาทอดมากกว่า 1 มื้อต่อสัปดาห์ เพิ่มโอกาสการเป็นโรคหัวใจล้มเหลวได้ถึงร้อยละ 48 เมื่อเทียบกับผู้ที่ทานปลาทอดเดือนละ 1 มื้อเลยทีเดียว

ปลานึ่ง

ดังนั้น การกินปลาต้ม ปลานึ่ง หรือปลาย่าง ยิ่งทานมากก็ยิ่งลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจล้มเหลวลง ซึ่งตรงกันข้ามกับการกินปลาทอด ที่ยิ่งกินก็ยิ่งเพิ่มโอกาสมากขึ้น การกินปลาถ้าจะให้ดีก็คือควรปรุงหรือทำให้สุกด้วยการไม่ใช่น้ำมัน สัปดาห์ละ 2-3 มื้อก็เพียงพอแล้ว สำหรับเนื้อปลาที่นำมารับประทานนั้นสามารถเลือกเป็นปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลก็ได้ทั้งสิ้น ให้คุณค่าที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ก็ควรทานสลับกันไปบ้างเพื่อทดแทนสารอาหารบางประเภทที่ปลาแต่ละชนิดมีไม่มีเหมือนกัน เพื่อให้ร่างกายเราได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทุกประเภทค่ะ

นอกจากการทานปลาแล้ว ความเป็นอยู่ด้านอื่น ๆ ก็ควรจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นออกกำลังกายให้เพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนให้เป็นเวลา และให้ได้คุณภาพ การดื่มน้ำวันละอย่างน้อยสองลิตร รวมไปถึงการทานอาหารหมู่อื่น ๆ ให้ครบถ้วนด้วย จึงจะครบองค์ประกอบที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาวได้นั่นเอง

TOP ARTICLES