การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี เป็นอีกทางเลือกในการขจัดปัญหาผิวหมองคล้ำ ลดรอยด่างดำจากกระ ฝ้า รอยแตก ร่องลึก และหลุมสิว ที่จะช่วยให้สาวๆ มีผิวที่ขาวกระจ่างใส เปล่งประกาย แลดูอ่อนกว่าไว อย่างได้ผล วันนี้เรามีเรื่องราวเกี่ยวกับการกรอผิว (Skin Peeling) การใช้เกล็ดอัญมณีในการกรอผิว (Microdermabrasion) และวิธีดูแลตัวเองหลังการกรอผิวมาฝากกันค่ะ

กรอผิว

การกรอผิว หรือ Skin Peeling แพทย์จะกระตุ้นให้เกิดการผลัดของผิวหนัง โดยการกระตุ้นของผิวด้านนอกสุด หรือหนังกำพร้า หลุดลอกออกไปแล้วเกิดการสร้างผิวหนังชุดใหม่ขึ้นมาแทน นับว่าป็นการแก้ปัญหาผิวหนังและฟื้นฟูสภาพผิวหนังให้ดีขึ้นอย่างได้ผล ซึ่งก็มีทั้งการใช้เลเซอร์ สารเคมี และเกล็ดอัญมณี มาเป็นตัวกรอผิวนั่นเอง

การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี หรือ Microdermabrasion หรือ MD นั้น ยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการผลัดผิวหนังในส่วน

หนังกำพร้าด้านบนสุด โดยการใช้ คริสตัล ที่เป็นผลึกอลูมิเนียอ็อกไซด์ ขนาดเล็กเท่ากับทรายละเอียด ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว หรืออาจเป็นเกล็ดของเพชร นำมาพ่นผ่านระบบสูญญากาศและแสง LED ลงบนผิวหนังในระดับหนังกำพร้าต่างจากการใช้แสงเลเซอร์ ที่จะกรอลึกลงถึงชั้นหนังแท้ ทำให้อาจมีร่องรอยของแผลอยู่ระยะหนึ่ง ขณะที่การใช้สารเคมีในการกรอผิว อาจทำให้แสบผิวหรือเกิดการอักเสบตามมา ดังนั้น การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณีจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะการดูแลรักษาในภาหลังนั้นทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นานแผลก็หายสนิท

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนในการกรอผิวเริ่มใช้เวลาไม่มากเลยค่ะ เริ่มจากสาวๆ ต้องล้างหน้าให้สะอาจหมดจด จากนั้นแพทย์จะทายา 2-3 ชนิดทิ้งไว้ 5-10 นาทีเพื่อเตรียมความพร้อมให้ผิว และเข้าสู่ขั้นตอนการพ่นเกล็ดอัญมณีลงบนผิว ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพของผิว เสร็จแล้วก็จะเป็นการทายาอีก 3-4 ครั้งเพื่อช่วยให้บำรุงผิว รวมทุกขั้นตอนแล้วใช้เวลาเพียง 40-60 นาทีเท่านั้นสำหรับการกรอผิว 1 ครั้งนะคะ ซึ่งถ้าจะให้ผิวกระจ่างใสผลัดใหม่เปล่งประกายออร่าราวสาวแรกรุ่น ยังต้องเข้ารับการกรอผิวอย่างต่อเนื่องอีก 6- 10 ครั้งเป็นอย่างต่ำค่ะ

 

มาถึงการดูแลตัวเองภายหลังการกรอผิวสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเช่นเดียวกับการดูแลบำรุงรักษาตามปกติค่ะ คือให้หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด งดเว้นจากการทายาหรือใช้เครื่องสำอางบางประเภท แต่หากจำเป็นต้องใช้จริงๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนค่ะ

TOP ARTICLES