skip to Main Content
Menu

3 สุดยอดเทคนิคปรับคางสวยได้รูป

หลายคนใฝ่ฝันที่จะมีใบหน้าสวย หล่อและดูดี แต่การที่คนเราจะมีรูปหน้าที่พอเหมาะพอดีได้นั้น อวัยวะต่าง ๆ บนใบหน้าจะต้องสมดุลกันและช่วยเสริมกันให้องค์รวมของใบหน้าสมส่วน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าการศัลยกรรมเพื่อปรับรูปหน้ากลายเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

โดยเฉพาะ “การศัลยกรรมคาง” เป็นอีกหนึ่งศัลยกรรมที่นอกจากจะช่วยเสริมโหงวเฮ้ง ดวงชะตาแล้วยังส่วนช่วยให้ใบหน้าของเราสมส่วนและดูดีขึ้นได้ด้วย

จักษุแพทย์เฉพาะทางและแพทย์ผู้มากประสบการณ์ด้านการศัลยกรรมใบหน้า นายแพทย์นวชน สิริกาญจนพล หรือคุณหมออาร์มแห่ง Masterpiece Clinic จะมาแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการศัลยกรรมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้สวยได้รูปมีอะไรบ้าง

1. Filler

การฉีดฟิลเลอร์ที่คางเป็นการเติมเต็มคางให้ดูเรียวยาวได้รูปมากขึ้น หลังฉีดจะสามารถเห็นผลการรักษาได้ทันที คนไข้ส่วนใหญ่มักจะมีอาการข้างเคียงคือบวมแดงชั่วคราว 1-2 วัน

แต่การฉีดฟิลเลอร์เป็นการปรับคางให้ได้รูปอย่างไม่ถาวร เนื่องจากอายุการใช้งานของฟิลเลอร์อยู่เพียงแค่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เมื่อฟิลเลอร์หมดสภาพลงก็จะสลายไปและต้องกลับมาฉีดใหม่

2.Fat Transfer


Fat Transfer
เป็นการศัลยกรรมเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมันตัวเอง โดยแพทย์จะดูดไขมันจากบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง จากนั้นจะคัดแยกไขมันบริสุทธิ์เพื่อนำกลับมาฉีดบริเวณคาง ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

แต่อย่างไรก็ตามการปรับรูปคางด้วย Fat Transfer จะเห็นผลลัพธ์ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ส่วนใหญ่อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเซลล์ไขมันของคนไข้เองเพราะอาจมีเซลล์ไขมันบางส่วนย่อยสลายไปโดยเหลือเพียง 60-80% ที่อยู่รอด

3. การเสริมคางซิลิโคน


การเสริมคางซิลิโคน เป็นการศัลยกรรมที่ไม่ยุ่งยาก เป็นการผ่าตัดเล็ก ๆ ใช้เวลาในการผ่าตัด 20-40 นาทีและคนไข้สูญเสียเลือดน้อยจึงไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่คลินิก

คางซิลิโคนที่นำมาเสริมมีด้วยกันหลากหลายยี่ห้อ โดยจะแตกต่างกันทั้งรูปทรง ขนาด รวมถึงลักษณะของผิวสัมผัสที่มีระดับความนิ่มมากน้อยต่างกันไป

ก่อนการผ่าตัดเสริมคางซิลิโคนแพทย์จะประเมินใบหน้าคนไข้และวิเคราะห์ซิลิโคนทางการแพทย์ที่ใช้เสริมอย่างละเอียด เพื่อให้คางออกมาเป็นธรรมชาติและที่สำคัญจะต้องรับกับใบหน้าของคนไข้แต่ละคน

ภาพจากรีวิวของคนไข้ที่เสริมคางซิลิโคนกับ Masterpiece Clinic


คุณหมออาร์ม
พูดถึงข้อได้เปรียบของการปรับรูปหน้าด้วยการเสริมคางซิลิโคนว่าเป็นการแก้ไขปัญหารูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนอย่างถาวร อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะซิลิโคนที่ Masterpiece Clinic เลือกใช้เป็นซิลิโคนเกรดพรีเมี่ยมที่ได้มาตรฐานสากล


ข้อแตกต่างสำคัญในการปรับคางให้เรียวยาวด้วยวิธีการเสริมคางซิลิโคนที่คุณหมอได้ยกมาให้ฟังกันคือ ถ้าหากผ่าตัดเสริมคางซิลิโคนด้วยการเปิดแผลภายในปากจะไม่ทำให้เกิดรอยช้ำหรือมีรอยแผลภายนอก แต่การฉีดฟิลเลอร์และการเติมเต็มด้วยเซลล์ไขมันในช่วงระยะแรกอาจมีอาการบวมหรือช้ำบริเวณที่คนไข้ฉีด

การเสริมคางซิลิโคนสามารถผ่าตัดได้ทั้งแบบแผลด้านนอกและแผลด้านใน ซึ่งมีข้อดีที่แตกต่างกันดังภาพ


คุณหมออาร์มได้แนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังการเสริมคางด้วยซิลิโคนไว้ว่า คนไข้จะต้องดูแลรักษาความสะอาดภายในช่องปากมากขึ้น ด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปาก น้ำเกลือหรือน้ำสะอาดบ้วนปากบ่อย ๆ จะช่วยไม่ให้แผลผ่าตัดภายในปากเกิดความสกปรกหรือติดเชื้อ

ส่วนเรื่องการรับประทานอาหารก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้แผลของคนไข้หายเร็วเช่นกัน คุณหมออาร์มแนะนำคนไข้ที่เพิ่งเสริมคางซิลิโคนในช่วงสัปดาห์แรก ควรงดรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัมผัสแข็ง เหนียว เคี้ยวยาก ควรรับประทานเป็นอาหารอ่อน ๆ นิ่ม ๆ กลืนสะดวก รวมถึงงดการดื่มน้ำเย็นจัดและร้อนจัดด้วย เพราะจะไปกระตุ้นให้แผลที่เย็บไว้เกิดการฉีกขาดได้


สุดท้ายคุณหมออาร์มแนะนำการดูแลตัวเองหลังเสริมคางซิลิโคนว่า ในช่วง 2 วันแรกหลังผ่าตัด คนไข้ควรประคบเย็นอย่างสม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณคางแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้แท่งซิลิโคนที่เสริมไว้ขยับเขยื้อนจนคางออกมาผิดรูปไม่สวยงามได้


การศัลยกรรมเสริมคางให้ได้รูปด้วยซิลิโคนที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่สั้นหรือเรียวยาวจนเกินไป จะช่วยปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้ดูมีมิติและเป็นธรรมชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการเลือกซิลิโคนให้สมดุลเข้ากับรูปหน้าของเรา โดยคางที่ดีควรรับกับส่วนต่าง ๆ บนใบหน้าช่วยเสริมสร้างลักษณะใบหน้าให้ดูดีขึ้นและเพื่อเสริมโหงวเฮ้งที่ดีด้วย


ภาพบางส่วนจากคนไข้ที่เสริมคางซิลิโคนกับ Masterpiece Clinic

 

ติดต่อ Masterpiece Clinic

CONTACT

Tel: 02-105-4370
Email: info@masterpiececlinic.com
Line: @masterpiececlinic
Instagram: Masterpiece_Clinic

61 min
Back To Top