skip to Main Content
Menu

โยเกิร์ต สูตรหวานน้อยและสูตรไขมัน 0 % สูตรไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณ!

โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์จากนมที่คนทั่วโลกนิยมดื่มเพราะประโยชน์ที่มีมากมายในโยเกิร์ต ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตผลิตออกมาหลายสูตร ทั้งสูตรหวานน้อย สูตรออริจินัล และสูตรไม่มีน้ำตาล แต่ละสูตรแตกต่างกันอย่างไร แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสูตรไหนเหมาะกับกับตัวเรา ก่อนอื่นเรามารู้จักประโยชน์ที่แท้จริงของโยเกิร์ตกันก่อนว่าโยเกิร์ตมีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเราบ้าง

โยเกิร์ตช่วยระบบการย่อยและขับถ่าย

ประโยชน์ในการช่วยย่อยและช่วยขับถ่ายได้ง่ายเป็นประโยชน์ข้อแรกที่คนทั่วไปรู้จักกันดีและยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับนมธรรมดา การรับประทานโยเกิร์ตจะทำให้ย่อยง่ายกว่า การขับถ่ายเป็นไปด้วยดีมากกว่า ในนมธรรมดามีน้ำตาลในรูปแบบของแลคโตสซึ่งร่างกายของคนเราไม่สามารถย่อยได้โดยตรง แต่เมื่อนมถูกผ่านกระบวนการมาเป็นโยเกิร์ต น้ำตาลแลคโตสถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในรูปแบบของกาแลคโตสและกลูโคส ทำให้โยเกิร์ตย่อยง่ายกว่า เมื่อทานโยเกิร์ตเข้าไปกระบวนการขับถ่ายก็เป็นไปอย่างคล่องกว่า

โยเกิร์ตช่วยลดความเสี่ยงโรคเกี่ยวกับลำไส้

ในลำไส้ของคนเราเต็มไปด้วยแบคทีเรียเล็ก ๆ ที่เป็นประโยชน์มีชื่อว่าแลคโตบาซิลัส แต่ในร่างกายของคนส่วนมากที่มีการรับประทานอาหารผิดหลักโภชนาการ รวมทั้งอาหารขยะทำให้จุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสมีจำนวนน้อยลง การทานโยเกิร์ตไปช่วยเพิ่มจำนวนแลคโตบาซิลัสในลำไส้จนเกิดความสมดุล แบคทีเรียตัวนี้มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และป้องกันความเสี่ยงจากโรคลำไส้ชนิดอื่น ๆ ด้วย

แบคทีเรียในโยเกิร์ตช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง

การรับประทานโยเกิร์ตอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เพียงพอ คือประมาณ 2 ถ้วยต่อวันติดต่อกันจะช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ซึ่งเป็นผลจากจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในโยเกิร์ต

โยเกิร์ตช่วยทำให้กระดูกและฟันแข็งแรงไม่แพ้นมสด

เพราะโยเกิร์ตก็ยังมีส่วนประกอบของแคลเซียมที่สำคัญเช่นเดียวกับนมสด ดังนั้นเมื่อรับประทานโยเกิร์ตร่างกายก็จะได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายทำให้กระดูกไม่แตกเปราะง่ายและลดกการฟันผุด้วย แถมยังช่วยให้ไม่มีกลิ่นปากอีกด้วย

โยเกิร์ตช่วยควบคุมปริมาณคลอเลสเตอร์รอลและกลีเซอร์ไรด์

จุลินทรีย์ในโยเกิร์ตช่วยควบคุมปริมาณของคลอเลสเตอร์รอลที่สะสมอยู่ในเส้นเลือดและควบคุมปริมาณกลีเซอร์ไลด์ ทำให้ลดการเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันสูงและโรคหัวใจได้

ทั้งหมดนั้นคือประโยชน์ของโยเกิร์ตต่อร่างกายโดยตรง แต่ยังมีคำถามที่คนส่วนใหญ่สงสัยกันว่าโยเกิร์ตมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้จริงหรือไม่ เพราะหลาย ๆ ครั้งก็มีการนำโยเกิร์ตมารับประทานกันเพื่อจุดประสงค์ในการควบคุมน้ำหนักด้วย คำตอบของคำถามนี้คงต้องธิบายถึงประสิทธิภาพที่โยเกิร์ตทำให้น้ำหนักลดลงได้ แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสในโยเกิร์ตจะเข้าไปสลายน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้กลายเป็นโมเลกุลที่เล็กลง

เมื่อโมเลกุลของแป้งและน้ำตาลเล็กละเอียดก็ง่ายต่อการย่อยและเผาผลาญจึงทำให้มวลแป้งและน้ำตาลไม่สะสมอยู่ในร่างกายมากอย่างที่เคยเป็น และการขับถ่ายคล่องยังช่วยทำให้ปัญหาท้องอืดมีหน้าท้องลดลงอีกด้วย โดยเฉพาะโยเกิร์ตสูตรที่มีน้ำตาล 0% ยิ่งมีประสิทธิภาพช่วยลดความอ้วนได้มาก เพราะไม่เพิ่มน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย

แล้วโยเกิร์ตสูตรไหนกันที่เหมาะกับคุณ

ในโยเกิร์ตสูตรปกติมีส่วนผสมของน้ำตาล 1 ถ้วยอยู่ที่ 6 กรัมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่โดยปกติที่แข็งแรงและมีน้ำหนักตัวที่สมส่วน การรับประทานโยเกิร์ตสูตรธรรมดาก็จะได้รับน้ำตาลในสัดส่วนที่ไม่มาก ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและเพียงพอต่อร่างกาย ส่วนในคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักในขณะที่ตนเองมีน้ำหนักพอดีอยู่แล้ว ต้องควบคุมไม่ให้น้ำหนักเพิ่ม

โยเกิร์ตสูตรน้ำตาลน้อยก็ดูจะเหมาะสมในการรับประทานมากกว่า ซึ่งสูตรน้ำตาลน้อยจะลดปริมาณของน้ำตาลปกติไปประมาณ 48% (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรโยเกิร์ตแต่ละแบรนด์ด้วยแต่ยังได้รสชาติของน้ำตาลในปริมาณเล็กน้อยด้วย) ในผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและอยู่ในช่วงการไดเอทโยเกิร์ตสูตรน้ำตาล 0% หรือสูตรไม่มีน้ำตาลจะเหมาะในการรับประทานมากที่สุด สูตรน้ำตาล 0% ยังคงมีความหวานจากสารทดแทนน้ำตาลในปริมาณไม่มากให้รสชาติที่อร่อยไม่แพ้สูตรมีน้ำตาลและสูตรน้ำตาลน้อยเช่นกัน

ทำไมรับประทานโยเกิร์ตแล้วจึงยังลดความอ้วนไม่ได้

นั่นก็เป็นเพราะหลาย ๆ คนที่ต้องการลดความอ้วนและเลือกรับประทานโยเกิร์ตแต่ยังคงเลือกโยเกิร์ตสูตรที่มีส่วนผสมอย่างอื่นเพิ่มเข้ามา สูตรโยเกิร์ตที่รับประทานแล้วช่วยลดความอ้วนได้ควรจะเป็นสูตรโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือโยเกิร์ตที่ปราศจากน้ำตาลและต้องรับประทานในปริมาณพอดี ไม่รับประทานมากจนเกินไปบวกกับต้องมีการออกกำลังกายและควบคุมอาหารร่วมด้วยเช่นกัน อาจนำโยเกิร์ตมาปรุงเป็นเมนูอร่อยรับประทานแทนอาหารบางมื้อหรือรับประทานแทนของว่างเมื่อต้องการรับประทานขนมเพื่อควบคุมและลดปริมาณแคลอรี่ก็ได้

ยกตัวอย่างเมนูโยเกิร์ตอร่อย ๆ เช่น เมนูโยเกิร์ตพาเฟ่ต์ ด้วยการนำโยเกิร์ตตักใส่ถ้วย ใส่ผลไม้สด ๆ ที่ชอบเช่น สตอเบอรี่ ส้ม กีวี่ แล้วเติมกราโนล่าเพิ่มผิวสัมผัสกรุบกรอบลงไปก็ให้ความรู้สึกเหมือนรับประทานไอศกรีมแต่ไม่อ้วน หรือจะนำโยเกิร์ตมาปั่นเป็นเครื่องดื่มเย็นชื่นใจและแคลอรี่ต่ำโดยปั่นรวมกับผลไม้อย่างสตอเบอร์รี่และราดน้ำผึ้งให้ความหวานลงไปเล็กน้อยก็อร่อยชื่นใจในช่วงกลางวันที่อากาศร้อน

นอกจากนี้โยเกิร์ตยังรับประทานเป็นเมนูมื้อเช้าง่าย ๆ ประหยัดเวลาด้วยการนำกราโนล่ามาโรยในโยเกิร์ตก็พร้อมตักทานก่อนออกจากบ้านได้เลย เรียกได้ว่าโยเกิร์ตเป็นอาหารมากคุณประโยชน์สำหรับทุกคน เพียงแต่อาจจะเลือกสูตรที่เหมาะกับตัวเองเพื่อให้ได้รับทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดีอย่างที่ต้องการนั่นเอง

11<1 min
Back To Top