skip to Main Content
Menu

5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคิดทำศัลยกรรมปากกระจับ


การทำศัลยกรรมปากให้ได้รูปทรงที่สวยงามนั้น หลายคนมองว่าจะต้องออกมาเป็นทรงรูปกระจับ เพราะปากจะดูได้รูปและเสริมความสวยงามและความหล่อให้กับผู้ทำศัลยกรรมได้ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามบางคนนั้นเมื่อไปทำศัลยกรรมแล้ว กลับพบว่าปากตัวเองนั้นไม่ได้เป็นรูปกระจับอย่างที่ต้องการ หนำซ้ำยังต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดบวกกับเงินจำนวนไม่น้อยที่เสียไป

ซึ่งนั้นมักจะมาจากสาเหตุของการหาข้อมูลในการทำศัลยกรรมที่ไม่เพียงพอ และเลือกทำศัลยกรรมกับสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออาจไม่มีใบรับรองให้ประกอบการเสียด้วยซ้ำ ผลก็คือต้องเสียเงินอีกจำนวนไม่น้อยเพื่อ แก้ไขจุดผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำศัลยกรรมนั่นเอง

นอกจากนี้ การที่ทำศัลยกรรมแล้วผลออกมาไม่ได้อย่างที่ต้องการก็ยังมีสาเหตุมาจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่แพทย์ได้ระบุไว้ หรือบางรายก็อาจจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนกันตอนยังไม่ได้ทำศัลยกรรมเร็วเกินไป ส่งผลให้แผลที่ทำศัลยกรรมมาเสียหายหรือเกิดอาการติดเชื้ออักเสบได้ และสำหรับใครที่กำลังจะทำศัลยกรรมปากกระจับ หรือคิดจะทำอยู่ละก็ วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ มาฝากกันกับ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนคิดทำศัลยกรรมปากกระจับ ลองไปดูกันเลยว่ามีข้อห้ามหรือสิ่งที่ต้องรู้อย่างไรบ้าง

5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนคิดทำศัลยกรรมปากกระจับ

  1. เตรียมตัวรับมือกับแผลหลังการผ่าตัด จริงอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถรองรับการทำศัลยกรรมได้หลากหลายรูปแบบ แถมยังทำให้ไม่รู้สึกเจ็บตัวเข้ารับการผ่าตัดก็ตาม แต่สำหรับเรื่องของการเกิดแผลเป็นหรือรอยแผลหลังการผ่าตัดนั้น ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รอยแผลจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วย และโดยส่วนใหญ่แล้วรอยแผลหลังผ่าตัด มักจะมีอาการบวมเป็นระยะเวลา 3-5 วัน ฉะนั้นแล้วไม่ต้องตกใจไปและพยายามอย่าแกะเกา หรือไปสัมผัสรอยแผลบ่อยๆ ในช่วงแรกจะดีที่สุด
  2. ดูแลและรักษาความสะอาดริมฝีปากให้ดี เพราะหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว ในช่วงแรกถือเป็นช่วงสำคัญที่จะต้องดูแลรักษาความสะอาด รวมทั้งพยายามไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนที่บริเวณแผลผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร เมื่อรับประทานเสร็จควรเช็คและทำความสะอาดรอบๆ ปากให้ดี เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจากแผลผ่าตัด นอกจากนี้ก็ควรงดเว้นการออกกำลังกายหนักๆ และการตะโกนหรือพูดเสียงดังๆ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนบาดแผล จนเกิดการฉีกขาดได้นั่นเอง
  3. ไม่ควรทำให้ริมฝีปากบางจนเกินไป สำหรับสาวๆ แล้วบางคนมองว่าการทำริมฝีปากที่บางจะทำให้ดูสวยและเซ็กซี่ ซึ่งในกรณีนี้อาจทำให้เกิดอันตรายในอนาคตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่มีริมฝีปากหนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อทำศัลยกรรมปากกระจับก็ควรให้มีความบางของริมฝีปากที่พอดี ไม่บางจนเกินไป เพราะตามธรรมชาติแล้ว ริมฝีปากของคนเราจะบางลงเมื่อมีอายุมากขึ้น ฉะนั้นแล้ว เมื่อถึงจุดหนึ่งริมฝีปากของคุณก็จะบางสวยได้รูปอยุ่แล้วจึงไม่จำเป็นที่จำต้องทำศัลยกรรมให้ริมฝีปากบางมากแต่อย่างใด
  4. งดยาประเภทแอสไพริน สำหรับใครที่มีโรคประจำตัวหรือจำเป็นต้องรับประทานยาแก้แพ้ต่างๆ อยู่เป็นประจำควรจะต้องบอกคุณหมอก่อนทำการผ่าตัดเสียก่อน เพื่อให้คุณหมองดการให้ยาบางชนิด หรือให้ยาได้ถูกต้องกับที่ร่างกายต้องการ แต่สำหรับใครที่ต้องทานยาประเภทแอสไพรินแล้วละก็ ในช่วงใกล้การผ่าตัดประมาณ 5 วัน ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทาน เพราะยาแอสไพรินนั้น มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เลือดออกมากและออกได้ง่ายยิ่งขึ้นนั่นเอง
  5. ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลังการผ่าตัดนั้น หากคุณต้องการให้แผลหายไว และไม่เกิดอาการติดเชื้อที่บริเวณบาดแผลผ่าตัดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยาให้ครบและเป็นเวลาตามแพทย์ระบุ หรือการให้ความสำคัญต่อการดูแลรักษาความสะอาดหรือการกินอาหารเช่น ในช่วงระยะแรกๆ คุณไม่ควรอย่างยิ่งที่จะรับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรืออาหารที่มีรสจัด, อาหารหมักดอง ซึ่งเหล่านี้มักจะทำให้แผลหายช้า และอาจจะก่อให้เกิดอาการติดเชื้อได้

นอกเหนือจาก 5 ข้อที่ควรทราบก่อนการทำศัลยกรรมแล้วก็ยังเรื่องที่ควรทราบสำหรับผู้ที่กำลังคิดจะทำศัลยกรรมอีกหลายประการ ลองมาดูกันเลยว่ายังมีข้อห้ามใดบ้างสำหรับการทำศัลยกรรมปากกระจับ

  1. เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อนได้รับถึงจะทำศัลยกรรมได้ หรือบางกรณีก็จำเป็นให้ทางแพทย์วินิจฉัยเสียก่อน
  2. ผู้ที่มีประวัติของการเลือดออกง่ายหรือหยุดยากนั้นไม่ควรที่จะได้รับการผ่าตัดศัลยกรรม เพราะอาจเป็นอันตรายได้
  3. สตรีมีครรภ์หรือผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตรก็ไม่ควรทำการผ่าตัดศัลยกรรม หรือสตรีที่กำลังรอผลการตั้งครรภ์เพราะไม่แน่ใจว่ามีครรภ์หรือไม่ก็ไม่ควรที่จะทำศัลยกรรมเช่นกัน
  4. บุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นได้ง่ายเช่น Keloid ก็อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ไม่เหมาะต่อการทำศัลยกรรม
  5. ผู้ที่เคยมีประวัติในการรักษาโรคเบาหวาน ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการหายของบาดแผล จึงควรแจ้งกับแพทย์ก่อนเพื่อพิจารณาว่าสามารถดำเนินการผ่าตัดได้หรือไม่

และทั้งหมดนี้ก็คือสิ่งที่ควรรู้เป็นอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจทำศัลยกรรม หรือกำลังมองหาข้อมูลในการทำศัลยกรรมอยู่ ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติตามและให้ความสำคัญมากที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้ก็ควรที่จะเลือกทำศัลยกรรมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีความเข้าใจในการทำศัลยกรรมอย่างดีก็จะช่วยให้การศัลยกรรมนั้นผ่านไปได้ด้วยนี่นั่นเอง

1<1 min
Back To Top