skip to Main Content
Menu

ออกกำลังกายซ้ำซาก แทนที่จะดีกลับส่งผลเสียกว่าที่คิด!

หลายคนเชื่อว่าแค่ได้ออกกำลังกายทุกวันนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง และลดน้ำหนักได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป การออกกำลังกายด้วยท่วงท่าหรือกิจกรรมแบบเดิม ๆ อาจส่งผลเสียบางประการกับร่างกายมากกว่าที่คิด ที่เห็นได้ชัดก็คือ ในคนที่กำลังลดน้ำหนัก อาจจะมีจังหวะสะดุดน้ำหนักไม่ยอมลดลงเมื่อลดไปได้ระยะหนึ่ง นั่นเพราะร่างกายเกิดความเคยชินนั่นเอง และยังมีอีกหลายสาเหตุด้วยกันเลยค่ะ มาลองดูสาเหตุอื่น ๆ กันดู

artboard-1

การออกกำลังกายแบบเดิมๆ ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ

ผู้ที่ออกกำลังกายซ้ำแบบเดิม ๆ ทุกวัน  ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนักเกินไป เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้พักบ้าง จึงทำให้เกิดบาดเจ็บได้ง่าย ร่วมไปถึงเอ็นและข้อต่อที่ทำงานด้วย  ควรปรับเปลี่ยนกิจกรรมหรือประเภทกีฬาสลับกันไป เช่น หากทุกวันคุณชอบวิ่ง  ก็เปลี่ยนหันมาว่ายน้ำ บ้าง  เพื่อให้กล้ามเนื้อขาได้พัก แล้วหันไปใช้งานกล้ามเนื้อส่วนแขนให้มากขึ้น จะทำให้ร่างกายแข็งแรงไปพร้อมกับทั่วร่างกาย ลดการบาดเจ็บได้มากเลยทีเดียว

น้ำหนักตัวคงที่ไม่ยอมลด

การออกกำลังกายในรูปแบบซ้ำซากเดิมเมื่อผ่านระยะเวลาหนึ่งไปแล้ว  ร่างกายจะเกิดความเคยชิน  จึงลดระดับการเผาผลาญพลังงานลง  น้ำหนักตัวที่เคยลดมาดีๆ ก็หยุดนิ่ง  ไม่ยอมลดลงอีก วิธีแก้ไขก็คือให้หันไปออกกำลังกายแบบอื่น ๆ แทน เช่น หากทุกวันคุณชอบว่ายน้ำ ก็เปลี่ยนมาปั่นจักรยาน หรือกระโดดเชือก แทน  ให้ร่างกายได้พบกับการท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ  ระบบเผาผลาญจึงจะกลับมาทำงานได้ดีอีกครั้ง

กล้ามเนื้อแข็งแรงไม่สมดุลกัน

การออกกำลังกายท่วงท่าเดิม ๆ หรือเวทเทรนนิ่งในท่าเดิม ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนถูกพัฒนา แต่บางคนกลับฝ่อตัวเพราะขาดการพัฒนา  เหมือนคนที่เล่นจนแข็งและใหญ่ในบางส่วน บางส่วนเล็กลีบจนไม่สมดุล  เสียบุคลิกภาพ  จึงควรปรับเปลี่ยนเพิ่มกิจกรรมสลับหมุนเวียนกันให้หลากหลาย  กล้ามเนื้อจะได้แข็งแรงและพัฒนาไปอย่างสมดุลกันทั้งเรือนร่างนั่นเองค่ะ

สมองไม่เกิดการเรียนรู้

เวลาเราฝึกซ้อมหรือเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบใหม่ๆ ช่วงแรกสมองจะถูกกระตุ้นให้ทำงาน  เกิดการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ขึ้น แต่เมื่อฝึกท่าเดิม ๆ นานไป สมองจะเกิดความเคยชินเหมือนร่างกาย  เป็นการทำท่าทางต่าง ๆ ไปอัตโนมัติ  สมองจึงไม่เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อาจกลับถดถอยลงได้  ดังนั้นหากลองเปลี่ยนกิจกรรมดูเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น จากที่เคยวิ่งทุกวัน ลองหันมาเต้นแอโรบิก หรือโยคะดูบ้าง สมองจะได้กลับมาเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ช่วยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว สมองปลอดโปร่ง หัวคิดฉับไวขึ้นได้เลยล่ะ

การออกกำลังกายทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามล้วนดีต่อสุขภาพทั้งนั้นค่ะ  แต่หากคุณมีวัตถุประสงค์เพื่อลดน้ำหนักแล้ว ควรหมุนเวียนสับเปลี่ยนกิจกรรมไปให้มีความหลากหลาย ร่างกายจะลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสมองยังมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอีกด้วย  สมบูรณ์แข็งแรงทั้งภายนอกและภายในอย่างสมดุลกันไปทุกส่วนเลยล่ะค่ะ ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

2<1 min
Back To Top