skip to Main Content
Menu

ทำความรู้จักกับ “มะเร็งรังไข่” กับสัญญาณเตือนที่หลายคนไม่รู้

สำหรับสาวๆ แล้ว การที่ต้องมีอาการปวดท้องในแต่ละเดือนคงเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาการปวดท้องนั้นมักจะมาพร้อมกับการมีประจำเดือน ใครที่มักจะมีอาการปวดท้องประจำเดือนคงจะทราบกันดีว่าค่อนข้างทรมาน และปวดที่บริเวณท้องน้อยมากทีเดียว แต่สำหรับสาวๆ ที่ไม่เคยปวดท้องประจำเดือนมาก่อน แต่กลับเริ่มมีอาการ นั้นอาจหมายความว่า คุณอาจกลายเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค “มะเร็งรังไข่” ก็เป็นได้ ซึ่งอาการปวดท้องนั้นอาจเป็นเพียงสัญญาณเตือนก็เป็นได้ วันนี้เรามีวิธีตรวจเช็ค ว่าอาการปวดท้องรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เป็นอาการแรกของการเป็นมะเร็งรังไข่หรือไม่ ลองมาติดตามดูกันเลย

โรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและมักจะคร่าชีวิตหญิงสาวไปในแต่ละปีนั้น จะมีตัวเลขของโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเป็นเสียส่วนใหญ่ แต่ทราบหรือไม่ว่า มะเร็งรังไข่ ก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีอันตรายและทำลายชีวิตของหญิงสาวทั่วโลกมามากมายเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญก็คือเจ้าโรคมะเร็งรังไข่นี้ มักจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว และไร้ซึ่งสัญญาณบอกเหตุต่างจากโรคมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งปากมดลูก แต่อย่างไรก็ตามเรายังพอมีวิธีที่จะสังเกตได้ว่า อาการผิดปกติบางอย่างในร่างกาย อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งรังไข่ได้ ได้แก่

อาการของโรคมะเร็งรังไข่

  1. ท้องบวมหรือมีอาการหน้าท้องป่อง อาการบวมที่เกิดขึ้นนั้นโดยทั่วไปมาจากภาวะของการที่มีน้ำขังอยู่ในช่องท้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติแล้วอาการท้องบวมหรือที่เรียกว่า ท้องมานนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่สาวๆ เริ่มมีภาวะของการเป็นมะเร็งรังไข่แล้ว
  2. เบื่ออาหาร หรือทานอาหารยาก มะเร็งรังไข่นั้นเมื่อเป็นแล้ว จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการรบกวนการทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยเผาเผลาญสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกาย ฉะนั้นเมื่อคุณมีความรู้สึกว่า ช่วงนี้ไม่อยากทานอาหาร หรือทานได้น้อย และแม้แต่ความรู้สึกเบื่ออาหารก็ตาม นั่นเป็นจุดสังเกตหนึ่งที่สามารถตีความได้ว่าคุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่ได้เช่นเดียวกัน
  3. ประจำเดือนออกผิดปกติ มะเร็งรังไข่นั้นค่อนข้างมีผลโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์ ซึ่งในผู้หญิงนั้นการเป็นมะเร็งรังไข่ อาจจะทำให้ประจำเดือนที่เคยมีเลือดออกปกติ เปลี่ยนเป็นเลือดออกเพียงเล็กน้อย หรือหมดไวกว่าที่ควรจะเป็นได้
  4. อาการท้องผูกหรือท้องเสีย อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและเป็นเรื่องปกติหากว่าเป็นเพราะคุณไม่ค่อยรับประทานผัก หรือรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ อยู่เป็นประจำ แต่อาการที่เกี่ยวกับลำไส้อย่างท้องเสียหรือท้องผูกนั้น ก็เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นจากสาเหตุของมะเร็งรังไข่ได้เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะ เซลล์มะเร็งเริ่มกระจายเข้าสู่ละไส้ใหญ่แล้วนั่นเอง
  5. การปัสสาวะผิดปกติ หากจู่ๆ คุณก็กลายเป็นคนที่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เพราะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะอยู่เป็นประจำ นั่นก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการที่เกิดขึ้นจาก มะเร็งรังไข่ได้ ฉะนั้นแล้วหากเริ่มรู้สึกว่ามีอาการของการปัสสาวะบ่อยจนผิดปกติให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุดีที่สุด

เมื่อทราบถึงอาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีภาวะของโรคมะเร็งรังไข่กันแล้ว คราวนี้ลองมาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

มะเร็งรังไข่ เกิดจากสาเหตุใด ?

หากจะให้หาสาเหตุที่แน่ชัดของที่มาโรคมะเร็งรังไข่นั้น คงจะเป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดลงไปได้เลยว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แต่มีหนึ่งสิ่งที่ค่อนข้างมีส่วนสำคัญในการก่อให้เกิดโรคนี้ขึ้นในผู้หญิงก็คือ เยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีความผิดปกติเพราะเจริญผิดที่ โดยเริ่มมาจากการที่หญิงสาวไม่มีการปฏิสนธิเป็นเวลานาน และเมื่อมีประจำเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกนี้ก็หลุดออกไปด้วย และเมื่อถึงเวลาที่มีประจำเดือนอีกครั้ง มดลูก็จะทำการขยายตัวมากขึ้น แน่นอนว่าถ้าหากการขยายตัวนั้นไปโดนบริเวณที่มีเส้นประสาทอยู่ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรงได้ หากปล่อยไว้จะมีอาการอักเสบเรื้อรัง และท้องน้อยขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งในการนำไปสู่โรคมะเร็งรังไข่ได้

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่

สำหรับสาวๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงของการที่จะมีภาวะการเป็นมะเร็งรังไข่ได้นั้น ก็คือสาวๆ ที่ไม่ได้มีการตั้งครรภ์นั่นเอง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ เมื่อมีการตกไข่เกิดขึ้น ที่บริเวณของการตกไข่ก็จะเกิดเป็นแผลเล็กๆ แต่เมื่อมีการเกิดแผลซ้ำๆ โอกาสเสี่ยงที่บริเวณแผลนั้นจะกลายเป็นมะเร็งก็มีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใครที่อยู่ในครอบครับที่เคยมีประวัติของการเป็นมะเร็งมาก่อน ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งรังไข่ได้ง่ายยิ่งกว่า เพราะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของยีนส์ได้

แต่ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีทางป้องกันการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้ง่ายๆ ก็ตาม แต่หากสาวๆ หมั่นตรวจภายในอยู่เป็นประจำ ก็จะมีโอกาสที่จะพบเจอเซลล์มะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ง่ายกว่า เพราะหากยิ่งพบได้เร็ว ก็จะสามารถหยุดยั้งได้ก่อนที่เซลล์เล็กๆ นั้นจะกลายเป็นเซลล์มะเร็งขนาดใหญ่ซึ่งมีผลต่อร่างกายอย่างรุนแรงได้ เพราะหากปล่อยเอาไว้นั้น อาจจะต้องเข้ารับการผ่าตัดกันชุดใหญ่เลยทีเดียว ฉะนั้นแล้วกันไว้ดีกว่าแก้ เริ่มต้นให้ความสำคัญกับการตรวจภายในเสียตั้งแต่กันดีกว่า

3<1 min
Back To Top