skip to Main Content
Menu

ทำไมไข้หวัดใหญ่ถึงต้องระวังไม่ให้เกิดกับผู้สูงอายุ

โรคไข้หวัดใหญ่ถือเป็นโรคที่มีความอันตรายอยู่มากทีเดียว เพราะเมื่อเป็นแล้วต้องนอนซมกันเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว โดยเฉพาะเด็กๆ หากเป็นไข้หวัดใหญ่อาจจะมีไข้สูงจนเกิดภาวะช็อคขึ้นมาเลยก็เป็นได้ หรือแม้แต่วัยทำงานหากพลาดไปติดเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าเป็นอันต้องลางานกันหลายวันไปนอนโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว

แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากวัยเด็กที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เป็นไขหวัดใหญ่แล้ว ยังมีอีกวัยหนึ่งที่ต้องได้รับการดูแลและใส่ใจเพื่อไม่ให้มีโอกาสในการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ นั่นก็คือ “ผู้สูงอายุ” นั่นเอง โดยผู้สูงวัยหรือผู้สูงอายุนั้นก็เป็นอีกช่วงวัยหนึ่ง ที่ร่างกายจะเริ่มมีภูมิต้านทานค่อนข้างต่ำ และมีโอกาสป่วยได้ง่าย แถมเมื่อป่วยแล้วยิ่งมีอาการหนักกว่าในวัยอื่นๆ อีกด้วย

แต่ก่อนที่จะไปดูความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่กับผู้สูงวัยแล้ว ลองมาดูความแตกต่างระหว่าง ไข้หวัด กับ ไข้หวัดใหญ่ กันก่อนว่ามีความแตกต่างกันในเรื่องอาการอย่างไรบ้าง

อาการของไข้หวัดใหญ่

  • ไข้ สำหรับการของไข้หวัดนั้น โดยปกติแล้วจะมีอาการไข้ในเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่จะไม่ค่อยมีไข้สักเท่าไร ซึ่งกรณีของไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีไข้สูง 38-40 องศา เป็นเวลา 3-4 วันทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก
  • ปวดศีรษะ กรณีของอาการปวดหัวหรือปวดศีรษะนั้น จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยหากเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่หากเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการปวดศีรษะจะมีมากทีเดียว
  • ปวดเมื่อตามตัว อาการปวดเมื่อยจะมีเล็กน้อยสำหรับไข้หวัด แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่จะมีอาการค่อนข้างมาก
  • อ่อนแรง ภาวะของการอ่อนแรงจะมีเล็กน้อยในไข้หวัด แต่ในไข้หวัดใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการนาน 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว
  • อ่อนเพลีย อาการอ่อนเพลียนั้นจะไม่ค่อยปรากฏหากเป็นไข้หวัดปกติ แต่จะแสดงอาการอย่างชัดเจนเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่
  • คัดจมูก อาการคัดจมูกจะเป็นกันมากในไข้หวัด แต่ไข้หวัดใหญ่แทบจะไม่พบเลยสำหรับการคัดจมูก
  • จาม การจามนั้นจะพบบ่อยมากๆ เมื่อเป็นไข้หวัด แต่สำหรับไข้หวัดใหญ่จะมีบ้างเป็นบางครั้ง
  • ไอ แน่นหน้าอก สำหรับไข้หวัดปกติจะมีการไอบ้างบางครั้ง และเป็นการไอแห้งๆ ส่วนในอาการของไข้หวัดใหญ่จะไอบ่อย และบางคนก็จะแสดงอาการไอรุนแรง
  • โรคแทรกซ้อน โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในผู้ที่เป็นไข้หวัดนั้นจะได้แก่โรคหูชั้นกลางอักเสบ และไซนัสอักเสบ ส่วนไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีอาการหลอดลมอักเสบ และปอดบวมเป็นส่วนใหญ่

สำหรับในส่วนของการรักษาและการป้องกันนั้น ในส่วนของไข้หวัดทั่วไปนั้น จะไม่มีการป้องกันที่ชัดเจน แต่สามารถทำได้โดยการดูสุขภาพและออกกำลังกายเป็นประจำ ส่วนในไข้หวัดใหญ่นั้นจะต้องป้องกันโดยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ และสำหรับกรณีของการรักษานั้น ไข้หวัดจะทำการรักษากันไปตามอาการ แต่ในไข้หวัดใหญ่จะต้องรักษาภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังมีอาการ เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ในส่วนของอันตรายเมื่อไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุนั้นก็คือ โรคไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีระยะฟักตัวก่อนจะแสดงอาการุนแรงประมาณ 2 วัน ซึ่งในช่วงนี้ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้สูงวัย หากมีภาวะของโรคไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นแล้ว จะมีโอกาสที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นได้อย่างง่ายดาย โดยบางรายพบว่ามีอาการของโรคเยื่อหุ้มหัวใจอีกเสบ ที่ทำให้รู้สึกเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ หรืออาจมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นไปถึงขั้นของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้อีกด้วย

ซึ่งอาการของโรคนี้ก็คือ ปวดศีรษะ ซึม หรือหมดสติ สำหรับบางรายก็มีโรคแทรกซ้อนทางระบบหายใจ เช่นปอดบวม หอบเหนื่อยจนทำให้หัวใจวายได้ ฉะนั้นแล้ว ผู้ที่เข้าสู่ช่วงของเป็นผู้สูงวัย ควรให้ความสำคัญต่อการฉีดวัคซีนป้องกันก็จะช่วยลดโอกาสในการป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่นั้นถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้โอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่นั้นลดลง โดยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นั้น จริงๆ แล้วควรจะทำทุกๆ ปี สาเหตุก็เพราะในแต่ละปีการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่นั้นสามารถแปลเปลี่ยนได้หลากหลาย และมีพาหะจากเชื้อไวรัสที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วการฉ๊ดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี ก็เป็นการเพิ่มเติมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพในการต้านทานได้หลายสายพันธุ์

เมื่อมีการระบาดของสายพันธุ์ใดที่ตรงกับที่เราเคยฉีดไปแล้ว โอกาสที่จะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ก็จะลดลงนั่นเอง โดยช่วงเวลาที่เหมาะต่อการฉีดวัคซีนนั้นได้แก่ช่วงประมาณสงกรานต์ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน เพราะในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่าช่วงอื่นๆ ซึ่งการฉีดวัคซีนในช่วงนี้สามารถเลือกฉีดได้ทั้งแบบเฉพาะสายพันธุ์ หรือจะฉีดแบบ 3-4 สายพันธุ์ก็ได้เช่นกัน

รู้อย่างนี้แล้ว ที่บ้านใครมีผู้สูงอายุอยู่ละก็ อย่าลืมพาท่านไปฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่อาจจะระบาดขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว เพราะเมื่อผู้สูงอายุป่วยขึ้นมาแล้ว โอกาสที่จะรักษาให้หายได้ง่ายๆ นั้นอาจจะเป็นเรื่องยากกว่าที่คิดก็เป็นได้ แถมยังมีโอกาสเป็นโรคแทรกซ้อนที่มีอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว กันไว้ย่อมดีกว่าแก้เป็นไหนๆ เพราะคงไม่มีใครอยากเสียใจภายหลังเมื่อผู้เป็นที่รักต้องจากไปอย่างแน่นอน

0<1 min
Back To Top