skip to Main Content
Menu

8 ความเชื่อผิดๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์

หญิงที่กำลังตั้งครรภ์นั้นถือว่าอยู่ในช่วงที่กำลังมีความเปลี่ยนผันทางอารมณ์และความคิดได้ง่าย ซึ่งไม่ว่าจะเจอเรื่องกระทบกระเทีอนจิตใจเพียงเล็กน้อย ก็สามารถที่จะทำให้เกิดเป็นความทุกข์จนถึงขั้นคิดสั้น หรือกลายเป็นโรคซึมเศร้าในขณะตั้งงครรภ์ได้เลยทีเดียว ซึ่งในเรื่องนี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อเด็กในครรภ์ที่กำลังรอวันได้ออกมาลืมตาดูโลกโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีข้อห้ามหรือความเชื่อหลายๆ อย่างที่ออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ต้องประสบกับภาวะความเปลี่ยนผันทางอารมณ์ หรือเพื่อรักษาครรภ์ให้อยู่รอดปลอดภัยจนครบ 9 เดือนนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อในบางประการที่เราต่างก็เคยได้ยินกันมาอาจจะฟังดูแปลกๆ หรือดูเป็นเรื่องของความเชื่อที่ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ ซึ่งความื่อเหล่านั้นในทางการแพทย์แล้วถือว่าเป็นความเชื่อผิดๆ เลยก็ว่าได้ ลองมาดูกันดีกว่าว่า มีความเชื่อในเรื่องใดบ้างที่เป็นความเชื่อผิดๆ ต่อหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์

  1. ห้ามมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์ สำหรับการห้ามมีเพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์นั้น ในเรื่องนี้จะมีความจริงอยู่บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะในช่วงเววลาตั้งครรภ์คุณแม่สามารถที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ แต่ควรงดเว้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ที่คุณแม่อาจจะยังมีอาการของการแพ้ท้องอยู่ หรือช่วงใกล้คลอดที่มีภาวะน้ำเดินหรือเริ่มอ่อนเพลีย อึดอัดได้ง่าย จึงอาจไม่สะดวกต่อการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ในคุณแม่ที่มีประวัติของการแท้ง หรือคลอดก่อนกำหนดอาจจะต้องงดเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 3 เดือนแรก และ 3 เดือนก่อนคลอดจะดีที่สุด
  2. ดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะทำให้แท้งได้ ถึงแม้ว่าในน้ำมะพร้าวจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนอยู่ก็ตาม แต่ก็จะมีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากทีเดียว ซึ่งในหญิงสาวที่มีการตั้งครรภ์นั้น ร่างกายจะมีฮอร์โมน เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรนอยู่ในปริมาณที่มากอยู่แล้ว ฉะนั้น การดื่มน้ำมะพร้าวเข้าไปจึงไม่มีผลที่จะทำให้เกิดการแท้งได้ เพราะปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในน้ำมะพร้าวมีอยู่น้อย จึงไม่มีผลต่อการบีบตัวของมดลูกจนเกิดภาวะแท้งได้นั่นเอง
  3. ยาบำรุงที่หมอให้ช่วงตั้งครรภ์จะทำให้อ้วน โดยปกติแล้วยาบำรุงที่คุณแม่จะได้รับจากหมอนั้นจะอุดมไปด้วย ธาตุเหล็กและวิตามินเป็นหลัก ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงต่อหญิงที่ตั้งครรภ์ และเด็กในครรภ์ เพราะจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงให้ดีขึ้น ไม่เกี่ยวกับการทำให้อ้วนแต่อย่างใด แต่สำหรับหญิงสาวที่อ้วนขณะตั้งครรภ์นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมาจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์บวมน้ำ และเจริญอาหารมากขึ้น
  4. ดื่มน้ำมะพร้าวขณะตั้งครรภ์จะช่วยให้ลูกคลอดออกมาไม่มีไข ไขของทารกในครรภ์นั้น โดยปกติแล้วจะมีอยู่แล้ว ซึ่งหน้าที่ของไขนั้นจะช่วยให้ความชุ้มชื่นแก่ผิวเด็ก ป้องกันการเสียความร้อนและแบคทีเรียผ่านเข้าสู่ผิวเด็กได้ นอกจากนี้ก็ยังช่วยหล่อลื่นในช่วงคลอดเพื่อให้เด็กออกจากช่องคลอดได้ง่ายขึ้น โดยการดื่มน้ำมะพร้าวนั้นจะทำให้ไขที่ว่านี้เปลี่ยนเป็นสีขาวมากขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่ได้ทำให้ไขลดลงแต่อย่างใด
  5. ขณะตั้งครรภ์ห้ามกินของดำ เพราะลูกจะออกมาผิวดำ สำหรับเด็กที่เกิดมาแล้วมีผิวขาวหรือดำนั้น โดยปกติแล้วจะมาจากพันธุกรรม โดยการควบคุมของยีนส์กับเม็ดสี ซึ่งเป็นตัวกำหนดความขาวหรือดำในผิว นอกจากนี้การเติบโตของเด็กก็มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงเรื่องสีผิวได้ เช่นการสัมผัสกับแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นประจำ หรือการใช้โลชั่นทาผิวที่มีสารไวท์เทนนิ่งกับเด็กเป็นประจำ ก็อาจทำให้เด็กมีผิวที่ขาวขึ้นได้ แต่ก็ไม่มาก ฉะนั้นแล้วการรับประทานอาหารที่มีสีดำจึงไม่มีผลในการกำหนดสีผิวของเด็ก
  6. ห้ามออกกำลังกายขณะตั้งครรภ์ แท้จริงแล้วการออกกำลังกายในหญิงตั้งครรภ์สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ได้รับการกระทบกระแทก หรือปะทะกัน แต่สำหรับการออกกำลังกายเช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ เหล่านี้ถือว่าเป็นผลดีกับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยสร้างบุคลิกที่ดี และลดอาการปวดหลังได้ แถมยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย
  7. ขณะตั้งครรภ์น้ำหนักขึ้นเยอะเท่าไรก็ได้ รับประทานได้ตามใจปาก จริงอยู๋ที่ว่าการตั้งครรภ์อาจทำให้หญิงสาวมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ควรที่จะรับประทานทุกสิ่งทุกอย่างตามใจปาก โดยแพทย์ได้ให้ความเห็นในการเพิ่มน้ำหนักตามเกณฑ์ ดังนี้

ช่วงไตรมาสแรก ควรเพิ่มน้ำหนักขึ้นประมาณ 1 กิโลกรัม

ช่วงไตรมาสสอง ควรเพิ่มน้ำหนักให้ได้ประมาณ 4-5 กิโลกรัม

ช่วงไตรมาสสุดท้าย ควรเพิ่มน้ำหนักที่ 5-6 กิลโลกรัม หรือบางคนอาจเพิ่ม 10-12 กิโลกรัมตรลอดการตั้งครรภ์เลยก็ได้ ทั้งนี้ก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเลี่ยงอาหารหวานๆ หรือรสจัด เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูง ที่จะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้

  1. ติดเข็มกลัดที่เสื้อบริเวณสะดื้อ เพื่อป้องกันทารกจากภูตผี ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นความเชื่อที่มาจากด้านไสยศาสตร์ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นยังไม่มีข้อพิสูจน์ได้ แต่ในด้านจิตใจการทำเช่นนี้ช่วยให้หญิงตั้งครรภ์มีความสบายใจ ไม่วิตกกังวลจนเกิดภาวะเครียดได้ เช่นเดียวกับการห้ามหญิงตั้งครรภ์ไปงานศพ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเศร้า หดหู่ จนมีผลกระทบต่อครรภ์ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรระมัดระวังในเรื่องของการติดเข็มกลัดอย่าให้ทิ่มเนื้อก็เพียงพอแล้ว

ทั้ง 8 ข้อนี้ก็เป็นความเชื่อที่มักจะมีการบอกต่อกัน หรือเล่าสู่กันฟังในหญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ โดยจุดประสงค์ก็เพื่อให้เด็กในครรภ์อยู่รอดปลอดภัย และพร้อมสำหรับการเติบโตเป็นผู้ใหญ่นั่นเอง อย่างไรก็ตามในบางความเชื่อก็ถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด และหญิงตั้งครรภ์สามารถปฏิบัติได้ ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลครรภ์เป็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อได้รับคำแนะนำที่ถูกที่สุดนั่นเอง

 

0<1 min
Back To Top