การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทางเลือกสุดท้ายของคนเป็นโรคอ้วน

232

“โรคอ้วน” เป็นอาการของคนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ส่งผลเสียต่อรูปลักษณ์ภายนอกและระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายทรุดโทรม อวัยวะทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไปจนถึงระดับที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จึงเป็นทางออกในการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงดังกล่าว

t-rati
แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งด้านร่างกายและสภาพจิตใจ ทำให้หลายคนไม่สามารถควบคุมน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย หรือการควบคุมอาหารได้ คนกลุ่มนี้จึงใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ หรือ “การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก” เข้ามาช่วยเพื่อลดความเสี่ยงและให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก คืออะไร

อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนว่า “การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก” ไม่ใช่การเสริมความงาม เพื่อให้มีรูปร่างที่ดีหรือเพื่อหุ่นที่ผอมเพรียว แต่การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก จัดเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่ทำให้กระเพาอาหารมีขนาดเล็กลง ช่วยลดปริมาณอาหารในกระเพาะอาหาร และถ้าเลือกวิธีการผ่าตัดในส่วนของลำไส้ จะส่งผลโดยตรงต่อการดูดซึมอาหารของร่างกาย ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งวิธีนี้มุ่งเน้นด้านสุขภาพร่างกาย ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และรักษาโรคบางอย่างที่แทรกซ้อนจากภาวะโรคอ้วน

วิธีการผ่าตัดในลักษณะนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา จึงทำให้หลายคนได้รับข้อมูลที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด กังวลเรื่องอัตราเสี่ยงที่จะเกิดหลังการผ่าตัด ซึ่งความจริงแล้วผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก มักเป็นโรคประจำตัวและมีความเสี่ยงมาก่อนอยู่แล้ว หรืออีกกรณีนึง คือคนที่น้ำหนักตัวมาก จนถึงเกณฑ์ที่ผ่าตัดได้ แต่มีร่างกายแข็งแรงและเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดดีพอ จึงช่วยลดอัตราเสี่ยงหลังเข้ารับการรักษาได้มากกว่าคนที่ไม่เตรียมตัวมาเลย

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เหมาะกับใคร ?

แน่นอนว่าจะต้องเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งคำว่า “น้ำหนักมาก” ในที่นี้ไม่ใช่แค่มีรูปร่างท้วมแล้วอยากผอม แต่ต้องอยู่ในสภาวะอ้วนอย่างจริงจัง หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งมีผลกระทบต่อโรคเรื้อรังที่เป็นอยู่ และลองลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นมาหมดแล้วแต่ไม่ได้ผล คนกลุ่มนี้นี่แหละที่เหมาะสมกับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักมากที่สุด โดยสามารถคำนวณหาค่า “น้ำหนัก” ได้จากการวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ถ้ามีค่าเกินกว่า 32 หรือ 33 ขึ้นไป สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและเข้ารับการผ่าตัดต่อไป

rattinanประโยชน์ของการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก นอกจากทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างแน่นอนแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อการรักษาโรคต่างๆ ที่เป็นผลจากความอ้วนโดยตรง เช่น อาการนอนกรน ที่อาจเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ อาการเจ็บตามข้อต่อต่างๆ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป อาการปัสสาวะเล็ด กรดไหลย้อน เส้นเลือดขอดที่เท้า หรือโรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งคนที่อ้วนจะดูแลรักษาโรคเบาหวานได้ยากกว่า แต่ถ้าหากเข้ารับการรักษาเร็วจะสามารถทำให้หายขาดจากโรคเบาหวานได้เลย หรือคนที่อ้วนแล้วเกิดความผิดปกติของฮอร์โมน มีผลต่อรอบประจำเดือนและการมีลูก เมื่อน้ำหนักตัวลดลงหลังการผ่าตัดภาวะฮอร์โมนต่างๆจะทำงานได้ตามปกติ หรืออีกกรณีคือผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าจะสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ด้วยเช่นกันจะเห็นว่าการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักนั้นมีประโยชน์มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม
อีกทั้งเป็นนวัตกรรมชิ้นหนึ่งที่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคต่างๆได้มากทีเดียว

rattinan2ประเภทของการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

1. การใส่บอลลูน คือ การใส่บอลลูนที่มีน้ำอยู่ข้างในเข้าไปในกระเพาะเพื่อให้บอลลูนไปกินพื้นที่บางส่วนของกระเพาะอาหาร
2. การใส่ห่วงรัดกระเพาะ คือ การนำห่วงเข้าไปรัดส่วนบนของกระเพาะโดยไม่ได้ตัดอะไรออก อาหารที่ทานจะถูกกักไว้ส่วนบนของกระเพาะที่ถูกรัดทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน
3. การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบสลีฟ คือ การตัดเอาประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของกระเพาะออกไป
4. การผ่าตัดกระเพาะแบบบายพาส คือ การตัดเอาทั้งส่วนของกระเพาะและลำไส้บางส่วนออกไป

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเหมาะกับใคร

1. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัมขึ้นไป
2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่ามาตรฐาน 45 กิโลกรัม ขึ้นไป
3. ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัม / ตร.ม.
4. ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดัน และหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากน้ำหนักตัวมากเกินไป

ทั้ง 4 ข้อข้างต้น คือเกณฑ์ที่สำคัญที่ใช้พิจารณาในการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทั้งนี้ยังรวมถึงการประเมินจากแพทย์และผ่านการลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆมาแล้วแต่ไม่ได้ผล

สนับสนุนข้อมูลโดย รัตตินันท์ คลินิก
logo-rattinan

SHARE
ความรู้ศัลยกรรม เนื้อหาที่ตอบโจทย์สาวๆ ตลอดจนการแนะนำคุณหมอ และคลินิกศัลยกรรม เราจัดให้เนื้อหาแน่นโดนใจแน่นอน