skip to Main Content
Menu

“กราโนล่า” ลดน้ำหนักได้จริง!

เชื่ออว่าหนุ่มสาวผู้ที่รักในการออกกำลังกายหรือชอบดูแลสุขภาพเป็นพิเศษคงจะต้องเคยได้ยินชื่อของ กราโนล่า (Granola) กันอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นอาหารหลักของคนรักสุขภาพเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือยังไม่เคยได้ยินชื่อของ กราโนล่า ว่ามันคืออะไรและมีคุณประโยชน์ในด้านใดบ้าง วันนี้เราก็มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับอาหารเสริม (หรืออาหารหลักสำหรับบางคน) มาเล่าสู่กันฟัง ลองไปทำความรู้จักกับ กราโนล่า กันเลย

กราโนล่า คืออะไร

กราโนล่า นั้นคืออาหารเช้าหรือของว่างที่ทำมาจากข้าวโอ๊ตแผ่น หรือจะเรียกว่าพัฒนาต่อยอดมาจากอาหารเช้าจำพวกซีเรียลก็ว่าได้ เพราะมีรูปแบบที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ในส่วนของ กราโนล่า นั้นจะเป็นอาหารเช้าที่มีส่วนผสมของธัญพืชชนิดอื่นๆ รวมทั้งถั่วและผลไม้ชนิดต่างๆ

โดยกรรมวิธีก็คือการนำส่วนประกอบทั้งหมดนั้นไปคลุกเคล้ากับน้ำตาล, น้ำผึ้งหรือคาราเมล จากนั้นก็เป็นกระบวนการอบแห้งให้มีความกรุบกรอบพร้อมรับประทาน โดยทั่วไปแล้วกลุ่มคนรักสุขภาพหรือผู้ที่ชอบทานอาหารคลีน ก็จะรับประทาน กราโนล่า คู่กับนมสดเป็นอาหารเช้าในบางวันด้วย

ความแตกต่างของ Multi grain & Whole grain

สำหรับใครที่กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการดูแลสุขภาพและการเลือกหาอาหารที่ดีมีประโยชน์มารับประทานนั้น คงจะเคยได้ยินคำว่า Multi grain และ Whole grain กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะสงสัยกันอยู่ว่าสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และ กราโนล่า จัดว่าเป็นอาหารสุขภาพประเภทไหน เอาเป็นว่าเราขอแยกแยะความแตกต่างของ มัลติ เกรน(Multi grain) กับ โฮล เกรน (Whole grain) กันก่อน

มัลติเกรน (Multi grain)

  • อาหารจำพวกธัญพืชต่างๆ หลากหลายชนิดมาผสมรวมกัน ซึ่งรวมถึงสารอาหารอย่างแป้งที่ไม่ผ่านการขัดขาวมาก่อน ยกตัวอย่างเช่นขนมปังที่มีการอบพร้อมพับธัญพืชชนิดต่างๆ โดยที่ไม่มีการขัดขาวของสีขนมปังแต่อย่างใด เป็นต้น บางคนก็จะเรียกขนมปังประเภทนี้ว่า โฮลวีท นั่นเอง

โฮลเกรน (Whole grain)

  • ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นการนำเอาธัญพืชแบบเต็มเมล็ดมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเลยเรียกได้ว่ามาครบทั้งเยื้อหุ้มเมล็ดเนื้อเมล็ดและจมูกข้าวเลยทีเดียว

ในส่วนของ กราโนล่านั้น โดยทั่วไปแล้วจะถูกจัดว่าเป็นอาหารจำพวก Multi grain เพราะมีส่วนประกอบของธัญพืชหลากหลายชนิดและผ่านกระบวนการอบและคลุกเคล้ากับสารที่ให้กลิ่นและรสชาติมาแล้วนั่นเอง

การเลือกรับประทานอาหารเช้าอย่างซีเรียลหรือกราโนล่านั้น มีความแตกต่างกันอยู่เช่นกัน คือ กราโนล่านั้นก็คือซีเรียลที่นำมาอบกรอบและผสมผสานรวมกับธัญพืชถั่วและผลไม้อบแห้งชนิดต่างๆ แต่หากเป็นซีเรียล โดยทั่วไปแล้วจะเป็นข้าวโพดหรือธัญพืชอบกรอบชนิดนั้นๆ เพียงอย่างเดียว และโดยทั่วไปแล้วซีเรียลจะไม่ได้ให้รสชาติหวานหรือมีกลิ่นที่กลมกล่อมเช่นเดียวกับกราโนล่าที่มีกรรมวิธีการผลิตโดยการคุลกเคล้ากับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลที่ให้ความหวานต่างๆ นั่นเอง

ประโยชน์ของกราโนล่าในมื้อเช้า

การรับประทานกราโนล่าเป็นอาหารเช้าจะได้รับพลังงานและสารอาหารที่ครบถ้วนกว่ารวมทั้งยังได้ตัวช่วยในการขับถ่ายชั้นเยี่ยมอย่างกากใยอาหารต่างๆ อีกด้วย โดยในเรื่องของประโยชน์นั้น กราโนล่า อย่างแรกที่จะได้รับก็คือไฟเบอร์ ซึ่งมาจากข้าวโอ๊ตและธัญพืชชนิดต่างๆ โดยที่ไฟเบอร์นั้นก็จะช่วยในการขับถ่ายระบบการย่อยอาหารลดการท้องผูกได้

นอกจากนี้การรับประทานกราโนล่าเป็นอาหารเช้าก็ยังช่วยลดความอยากอาหารในช่ววงระหว่างมื้อได้เป็นอย่างดี เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน ยิ่งรับประทานคู่กับนมหรือโยเกิร์ตในตอนเช้าด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความอยากอาหารลดลงอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นเพราะกราโนล่าก็ยังช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินได้มากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินอี หรือสารอาหารที่อยู่ในกลุ่มของวิตามินบี อย่างไทแอมีนและโฟเลต ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีส่วนสัญในการบำรุงสมอง ระบบประสาท และช่วยบำรุงหัวใจได้ดี นอกจากนี้ก็ยังช่วยต้านอะนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ส่วนต่างๆ บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลได้อีกด้วย

  • เป็นพลังงานชั้นดี
  • สารอาหารครบถ้วน
  • ช่วยในการขับถ่าย
  • ช่วยลดความอยากอาหารได้ดี
  • อุดมไปด้วยวิตามิน

เมื่อทราบถึงคุณประโยชน์ที่มากมายของกราล่าแล้ว หลายคนก็เริ่มคันไม้คันมืออยากจะลองทำเจ้ากราโนล่าไว้รับประทานเอง จะได้ไม่ต้องไปหาซ้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ต วันนี้เราก็มีสูตรในการทำ กราโนล่า อย่างง่ายๆ มาฝากกัน โดยส่วนประกอบที่ต้องเตรียมมีดังนี้

ส่วนประกอบของกราโนล่า

  1. ข้าวโอ๊ต
  2. อัลมอนด์
  3. เมล็ดฟักทองแกะเปลือก
  4. เมล็ดแฟลกซ์
  5. น้ำผึ้ง
  6. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

วิธีการทำกราโนล่าทานเอง

โดยส่วนผสมทั้งหมดให้กะปริมาณจากข้าวโอ๊ตเป็นหลัก เพราะข้าวโอ๊ตจะเป็นส่วนประกอบหลักๆ ของกราโนล่า ฉะนั้นแล้วข้าวโอ๊ตจึงต้องมีปริมาณมากที่สุด และส่วนอื่นลดหลั่นกันลงมา โดยกะปริมาณให้เหมาะสม

  1. นำส่วนประกอบหลักอย่าง ข้าวโอ๊ต, อัลมอนด์ เมล็ดฟักทอง และเมล็ดแฟลกซ์ มาผสมรวมกัน
  2. โดยอีกส่วนให้ผสม น้ำผึ้งและน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเข้าด้วยกันลองชิมรสชาติดูก่อนหากรู้สึกว่าหวานมากเกินไปก็เติมเกลือลงไปเล็กน้อย
  3. จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที จากนั้นก็นำน้ำผึ้งและน้ำมันมะพร้าวที่ผ่านการอบแล้วไปคลุกเคล้ากับเหล่าธัญพืชที่เราได้ผสมไว้ในตอนแรก
  4. เมื่อผสมจนเข้ากันแล้วให้นำทั้งหมดออกมาจัดวางในลักษณะแผ่เป็นแผ่นบางแล้วก็นำเข้าเตาอบ อบด้วยอุณหภูมิประมาณ 325 องศา เป็นเวลา 20 นาที เพียงเท่านี้ก็จะได้ กราโนล่าที่ทำด้วยตัวเองไว้รับประทานกันแล้ว

แต่ถึงแม้ว่า กราโนล่า จะมีประโยชน์มากมายและเป็ฯที่นิยมของเหล่าคนรักสุขภาพก็ตาม แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า กราโนล่า ไม่ใช่อาหารที่รับประทานเพื่อลดไขมัน หรือทานเพื่อเป็นยาลดความอ้วนแต่อย่างใด

แต่คุณประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของ กราโนล่า ก็คือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ให้พลังงานและสารอาหารมากมายที่ร่างกายควรจะได้รับ

ดังนั้นหากต้องการรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์ในเชิงของการลดน้ำหนัก ผู้รับประทานจะต้องรับประทานกราโนล่าในปริมาณที่เหมาะสม และตามคำแนะนำที่ผลิตภัณฑ์ได้บอกเอาไว้ และต้องไม่ลืมที่จะออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงอาหารประเภททอดและมัน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำหนักและพุงที่เป็นส่วนเกินของคุณค่อยๆ ลดลงและอยู่ในระดับที่พึงพอใจได้แล้ว

0<1 min
Back To Top